ทุกวันนี้ ธุรกิจแทบทุกประเภทต้องพึ่งพาระบบดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการขายของออนไลน์ การทำธุรกรรมทางการเงิน หรือแม้แต่การเก็บข้อมูลลูกค้า แต่การใช้ระบบดิจิทัลนั้นมักมาพร้อมกับ ภัยคุกคามไซเบอร์ ที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เช่น การโจมตีด้วยไวรัส การขโมยข้อมูล หรือการหลอกลวงทางอีเมล คำถามคือ เราจะป้องกันอย่างไรให้ธุรกิจยังเดินต่อไปได้โดยไม่สะดุด?
ลองจินตนาการว่า คุณมีบ้านที่เต็มไปด้วยทรัพย์สินมีค่า คุณติดกล้องวงจรปิดและสัญญาณกันขโมยเพื่อป้องกันโจร แต่โจรสมัยนี้ฉลาดมาก พวกเขาหาวิธีปิดสัญญาณกันขโมยหรือแอบเข้าช่องทางที่คุณไม่ทันคิด เช่นเดียวกับโลกไซเบอร์ แม้จะมีไฟร์วอลล์และซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส (antivirus) แต่แฮกเกอร์ก็ยังคงหาช่องโหว่ใหม่ ๆ อยู่เสมอเพื่อโจมตีระบบ นอกจากนี้ ภัยคุกคามไซเบอร์ในปัจจุบันนั้นก็เพิ่มขึ้นทั้งความถี่และความซับซ้อน ทำให้การป้องกันแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป นี่จึงเป็นที่มาของแนวคิด ‘การตรวจจับและการตอบสนอง’ (managed detection and response) เพื่อไม่ให้เราหยุดแค่การป้องกัน แต่ต้องตรวจจับและตอบสนองได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์
แนวคิด Detection and Response คือ กระบวนการ ‘ตรวจจับ’ เหตุการณ์ผิดปกติ และ ‘ตอบสนอง’ ต่อภัยคุกคามไซเบอร์อย่างรวดเร็ว เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด รวมถึงป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามขยายวงกว้าง
ทำไมแนวคิดนี้ถึงสำคัญ?
เพราะการป้องกันเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ หากองค์กรสามารถตรวจจับและตอบสนองต่อเหตุการณ์ผิดปกติได้ทันทีจะช่วยลดความเสียหายและป้องกันการแพร่กระจายของการโจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากหากข้อมูลสำคัญขององค์กรถูกขโมยไป ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจมหาศาล ซึ่งจะส่งผลกระทบทั้งต่อชื่อเสียงขององค์กรและค่าใช้จ่ายในการกู้คืนข้อมูลและระบบ การมีมาตรการตรวจจับและตอบสนองทันทีจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการปกป้ององค์กรจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้น
เพื่อให้กระบวนการตรวจจับและการตอบสนองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ องค์กรจำเป็นต้องมีศูนย์เฝ้าระวังภัยไซเบอร์ (security operations center หรือ SOC) ซึ่งเปรียบเสมือน ‘ห้องควบคุม’ ที่คอยดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ขององค์กร โดย SOC คือศูนย์กลางที่ทำหน้าที่เฝ้าระวัง วิเคราะห์ และตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ตลอด 24 ชั่วโมง เปรียบเหมือนศูนย์ควบคุมความปลอดภัยของหมู่บ้าน ที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย คอยสังเกตการณ์ผ่านกล้องวงจรปิดทั้งกลางวันและกลางคืน และสามารถแจ้งและจัดการเหตุผิดปกติได้ทันที
บทบาทสำคัญของ SOC:
การมีศูนย์ SOC นั้นช่วยลดความเสี่ยงจากการโจมตีที่ซับซ้อน ทำให้สามารถตรวจจับได้ก่อนเกิดความเสียหาย หรือมั่นใจได้ว่ามีการตอบสนองต่อการโจมตีอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบฉุกเฉิน ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยให้ระบบขององค์กร รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าอีกด้วย
ที่มา: PwC ประเทศไทย
ทั้งนี้ การสร้างศูนย์ SOC ภายในองค์กรอาจต้องใช้งบประมาณสูงและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งไม่ใช่ทุกองค์กรจะสามารถทำได้ ด้วยเหตุนี้ บริการ Managed SOC Services จึงกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยม โดยผู้ให้บริการภายนอกที่มีระบบและทีมผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จะเข้ามาดูแลแทน
จุดเด่นของ Managed SOC Services:
หากเปรียบเทียบกับชีวิตประจำวันของเรา บริการนี้ก็เหมือนกับการจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยมืออาชีพ ที่มีทั้งกล้อง ระบบเตือนภัย และทีมงานที่พร้อมเข้าจัดการเหตุการณ์ผิดปกติได้ทันที โดยที่คุณไม่ต้องกังวลกับการเฝ้าบ้านด้วยตนเองตลอดเวลา เพราะมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลจัดการให้
ในยุคที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์เกิดขึ้นทุกวัน การมีเพียงโปรแกรมป้องกันไวรัสนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป องค์กรจึงต้องมีความสามารถในการ ตรวจจับและตอบสนอง ที่แข็งแกร่งโดยควรเตรียมการดังต่อไปนี้:
สุดท้ายแล้ว ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ก็เปรียบเสมือนการดูแลบ้าน ที่เราไม่อาจป้องกันการโจรกรรมหรือการโจมตีจากแฮกเกอร์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ การตรวจจับได้เร็ว และตอบสนองได้ฉับไว เพื่อให้ความเสียหายเกิดขึ้นน้อยที่สุด และธุรกิจยังเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นใจ
Marketing and Communications
Bangkok, PwC Thailand
Tel: +66 (0) 2844 1000, Ext. 4713-15, 18, 22-24, 26, 28 and 29