ความเชื่อมั่นของซีอีโอไทยต่อการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งในระดับโลกและระดับประเทศนั้น พบว่ายังคงตามหลังประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก โดยมีสาเหตุหลักมาจากความกังวลเรื่องความผันผวนทางเศรษฐกิจมหภาค มาตรการทางภาษีศุลกากร และความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ ผู้นำองค์กรจำนวนมากจึงเลือกใช้แนวทางที่ระมัดระวังมากขึ้นต่อการลงทุนและการขยายธุรกิจในระยะสั้น
มุมมองเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ฉบับประเทศไทย ของ PwC ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ซีอีโอไทยกำลังหาแนวทางรับมือกับความท้าทายที่ซ้อนทับกันมากขึ้น ตั้งแต่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ในขณะเดียวกัน ผู้บริหารเหล่านี้ก็กำลังเร่งปรับเปลี่ยนองค์กร เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในระยะยาว
ซีอีโอในประเทศไทยเข้าสู่ปี 2569 ด้วยความระมัดระวังที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากความกังวลต่อความไม่แน่นอนทั้งในระดับโลกและภายในประเทศ
คำถาม: คุณเชื่อว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในอีก 12 เดือนข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC
เมื่อถามถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลก มีซีอีโอไทยไม่ถึงครึ่งหนึ่ง (46%) ที่กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกน่าจะมีการปรับตัวดีขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นระดับความเชื่อมั่นที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 61% อย่างเห็นได้ชัด ในขณะเดียวกัน สัดส่วนของซีอีโอไทยที่กล่าวว่าสภาวะเศรษฐกิจโลกจะแย่ลงนั้น กลับเพิ่มสูงขึ้น โดยมีซีอีโอถึง 37% ที่คาดว่าอัตราการเติบโตจะลดลงในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 34% ในปีก่อน
คำถาม: คุณเชื่อว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศของคุณในอีก 12 เดือนข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC
ความเชื่อมั่นของซีอีโอไทยที่มีต่อเศรษฐกิจในประเทศก็ลดลงเช่นกัน โดยในปีนี้ ซีอีโอไทย 42% กล่าวว่า เศรษฐกิจจะชะลอตัวลง (เพิ่มขึ้นจาก 34% ในปีที่ผ่านมา) และมีเพียงประมาณหนึ่งในสาม (34%) ที่เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะปรับตัวดีขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า
คำถาม: คุณมีความเชื่อมั่นเพียงใดต่อแนวโน้มการเติบโตของรายได้ของบริษัทของคุณ
หมายเหตุ: แสดงเฉพาะคำตอบ ‘เชื่อมั่นมาก’ และ ‘เชื่อมั่นมากที่สุด’
ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC
ความเชื่อมั่นของซีอีโอไทยต่อการเติบโตของรายได้องค์กรในช่วง 12 เดือนข้างหน้าปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีเพียง 24% ที่ระบุว่ามีความเชื่อมั่นในระดับ ‘มาก’ หรือ ‘มากที่สุด’ ลดลงจาก 27% ในปีก่อนหน้า และยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 30% สะท้อนถึงความกังวลต่ออุปสรรคเชิงโครงสร้างและแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ภาคธุรกิจไทยยังคงต้องเผชิญอย่างต่อเนื่อง
ท่าทีที่ระมัดระวังของซีอีโอไทยสะท้อนผ่านการประเมินความเสี่ยงที่เร่งด่วนที่สุด โดยผู้ตอบแบบสำรวจ 29% มองว่าความผันผวนทางเศรษฐกิจมหภาคและความเสี่ยงทางไซเบอร์เป็นภัยคุกคามสำคัญสูงสุด รองลงมาคือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (25%) และกำแพงภาษี (25%) ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันต่อการดำเนินธุรกิจในระยะข้างหน้า
คำถาม: คุณเชื่อว่าบริษัทของคุณจะเผชิญกับความเสี่ยงในประเด็นสำคัญต่อไปนี้ มากน้อยเพียงใดในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
หมายเหตุ: แสดงเฉพาะคำตอบ ‘มีความเสี่ยงสูง’ และ ‘มีความเสี่ยงสูงมาก’
ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC
แม้ความเชื่อมั่นในระยะสั้นของซีอีโอไทยจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ผลสำรวจในปีนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้นำธุรกิจจำนวนมากยังคงมุ่งเน้นไปที่อนาคต โดยให้ความสำคัญกับโอกาสเชิงกลยุทธ์ที่จะกำหนดตำแหน่งการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว
ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โอกาสในการเติบโตไม่ได้หายไป หากแต่กำลังชัดเจนขึ้นในประเด็นสำคัญบางด้าน โดยมีสองแนวโน้มที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ได้แก่ บทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขยายตัวมากขึ้นในภาคธุรกิจ และการที่องค์กรไทยเริ่มขยับขยายข้ามกรอบอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม เพื่อสร้างแหล่งการเติบโตใหม่และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
AI เริ่มมีบทบาทที่ชัดเจนและมั่นคงมากขึ้นในกิจกรรมทางธุรกิจในประเทศไทย แม้ว่าระดับการนำไปใช้งานจริงยังคงตามหลังหลายประเทศทั่วโลก แต่ซีอีโอไทยจำนวนมากได้เริ่มประยุกต์ใช้ AI ในเชิงปฏิบัติ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความทันสมัยของการดำเนินงาน
อย่างไรก็ตาม ระดับการนำ AI มาใช้ยังแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละส่วนงานของธุรกิจ แม้จะมีซีอีโอไทยเพียงส่วนน้อยที่นำ AI มาใช้ในวงกว้าง แต่พบว่า 22% ระบุว่ามีการใช้งาน AI ในด้านผลิตภัณฑ์ บริการ และการสร้างประสบการณ์ลูกค้าในระดับ ‘มาก’ ถึง ‘มากที่สุด’ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 19% เล็กน้อย
แม้การใช้งาน AI จะเริ่มสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่เป็นรูปธรรม แต่องค์กรไทยส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในช่วงของการเรียนรู้ ทดลอง และพัฒนาศักยภาพ เพื่อขยายการใช้งานให้เกิดคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว
คำถาม: ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา AI ส่งผลกระทบต่อด้านต่าง ๆ ของบริษัทคุณอย่างไร
หมายเหตุ: การเพิ่มขึ้นและลดลง หมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีสัดส่วนตั้งแต่ 2% ขึ้นไป ส่วน ‘ไม่มีการเปลี่ยนแปลง’ หมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ระหว่าง ลดลงไม่เกิน 2% ถึงเพิ่มขึ้นไม่เกิน 2% ทั้งนี้ ผลสำรวจนี้ไม่รวมคำตอบที่ระบุว่า ‘ไม่ทราบ’
ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC
ทั้งนี้ มีเพียงซีอีโอไทยเพียงส่วนน้อย (18%) ที่สามารถบรรลุ ‘สถานการณ์ที่เหมาะสมที่สุด’ กล่าวคือ สามารถแปลงการลงทุนด้าน AI ให้เกิดผลลัพธ์ทางการเงินทั้งในด้านรายได้และต้นทุนพร้อมกัน
สำหรับองค์กรไทยอื่น ๆ ผลสำรวจพบว่า ยังมีซีอีโอจำนวนมากที่ไม่เห็นผลตอบแทนทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรมจากการลงทุนใน AI โดย 39% ระบุว่ายังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านรายได้และต้นทุน ซึ่งบ่งชี้ว่าโครงการ AI ส่วนใหญ่อยู่ในขั้นทดลอง หรือยังไม่ได้รับการขยายผลในระดับที่สามารถสร้างผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ
เทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น กำลังส่งผลกระทบร่วมกันในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย แรงขับเคลื่อนสำคัญเหล่านี้ ผลักดันให้องค์กรต่าง ๆ ต้องมองหาโอกาสการเติบโตนอกเหนือจากตลาดเดิมที่คุ้นเคย พร้อมพิจารณาช่องทางใหม่ ๆ เพื่อสร้างการเติบโต ดังที่เน้นย้ำไว้ในงานวิจัยระดับโลก Value in Motion ของ PwC
เพื่อตอบรับกับบริบทดังกล่าว ซีอีโอไทยก็เช่นเดียวกับผู้นำธุรกิจทั่วโลก กำลังทบทวนกลยุทธ์การดำเนินงานอย่างรอบด้าน ว่าควรดำเนินธุรกิจที่ไหนและอย่างไร ในสภาพแวดล้อมที่เส้นแบ่งระหว่างอุตสาหกรรมเริ่มเลือนลางมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทจำนวนมาก เริ่มขยายธุรกิจออกนอกภาคธุรกิจหลัก เพื่อคว้าโอกาสใหม่ ๆ และบริหารจัดการความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีประสิทธิภาพ
คำถาม: ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา บริษัทของคุณได้เริ่มเข้าไปแข่งขันในภาคธุรกิจหรืออุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่ไม่เคยแข่งขันมาก่อนหรือไม่
ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC
ซีอีโอไทยมากกว่าครึ่ง (56%) ระบุว่าในช่วงห้าปีที่ผ่านมา องค์กรของตนได้เริ่มขยายการแข่งขันเข้าสู่ภาคธุรกิจหรืออุตสาหกรรมใหม่ นอกเหนือจากธุรกิจหลักเดิม ขณะที่อีก 42% ยังไม่มีการขยายตัวไปสู่ภาคธุรกิจใหม่
ที่สำคัญ ผลสำรวจยังสะท้อนความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างการขยายไปสู่ภาคธุรกิจใหม่กับระดับความเชื่อมั่นของผู้บริหารต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต โดยเฉพาะในช่วง 12 เดือนข้างหน้า บริษัทที่ยังไม่มีรายได้จากภาคธุรกิจใหม่ มีสัดส่วนซีอีโอที่แสดงความเชื่อมั่นในระดับสูงเพียงประมาณ 18%
สัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 33% สำหรับบริษัทที่มีรายได้จากภาคธุรกิจใหม่ราว 25% และเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็น 75% ในกลุ่มบริษัทที่มีรายได้จากภาคธุรกิจใหม่ถึง 50% สะท้อนให้เห็นว่าการกระจายแหล่งรายได้มีบทบทาสำคัญต่อมุมมองเชิงบวกของผู้บริหารต่อการเติบโตในระยะข้างหน้า
คำถาม: ในบรรดาอุตสาหกรรมต่อไปนี้ (ถ้ามี) นอกเหนือจากอุตสาหกรรมของคุณเอง อุตสาหกรรมใดที่คุณจะแสวงหาโอกาสในการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ (รวมถึงการสร้างพันธมิตรกับผู้อื่น) ในอีกสามปีข้างหน้า
หมายเหตุ: แสดงเฉพาะห้าอันดับแรกของอุตสาหกรรมที่ถูกเลือกมากที่สุด
ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC
ซีอีโอไทยกำลังหันมาให้ความสำคัญกับภาคธุรกิจที่สอดคล้องกับความต้องการเชิงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และภาคส่วนที่ประเทศไทยมีศักยภาพ โดยในปัจจุบันภาคบริการด้านสุขภาพได้กลายเป็นลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์อันดับหนึ่งสำหรับซีอีโอไทย (24%)
นอกเหนือจากภาคการดูแลสุขภาพแล้ว ธุรกิจการบริการและการพักผ่อน (21%) ยังคงเป็นการต่อยอดที่สำคัญจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศไทยในระดับโลก ขณะเดียวกัน ภาคการผลิต เทคโนโลยี รวมถึงการขนส่งและโลจิสติกส์ (ซึ่งแต่ละภาคอยู่ที่ 14%) สะท้อนถึงโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน และการเร่งตัวของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล
ซีอีโอไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่แรงกดดันในระยะสั้นยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกัน ความกังวลเชิงโครงสร้างกลับสะท้อนการมองไปข้างหน้าอย่างจริงจังมากขึ้น ประเด็นที่สร้างแรงกดดันสูงสุดไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผลประกอบการในปีถัดไป หากแต่ขยายไปสู่คำถามเชิงพื้นฐานสองประการ ได้แก่ ความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะกลางถึงระยะยาว (34%) และความเพียงพอของขีดความสามารถด้านนวัตกรรมต่ออนาคตที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน (32%)
มุมมองดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านทางความคิดของผู้นำธุรกิจไทย จากการมุ่งบริหารความเสี่ยงเฉพาะหน้า ไปสู่การตระหนักว่าความอยู่รอดและการเติบโตในระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยการปรับตัว การพัฒนา และการสร้างขีดความสามารถใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
คำถาม: ข้อความใดต่อไปนี้สะท้อนถึงแนวทางการสร้างนวัตกรรมของบริษัทคุณในระดับใด
หมายเหตุ: แสดงเฉพาะคำตอบในระดับ ‘มาก’ และ ‘มากที่สุด’ เท่านั้น
ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC
แม้ซีอีโอไทยจะตระหนักอย่างชัดเจนว่านวัตกรรมคือหัวใจสำคัญของความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว แต่ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า องค์กรส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการสร้าง ‘กล้ามเนื้อนวัตกรรม’ อย่างเป็นระบบ โดยมีเพียงส่วนน้อย (27%) ที่กำหนดให้นวัตกรรมเป็นแกนหลักของกลยุทธ์องค์กร หรือมีการร่วมมือกับพันธมิตรภายนอกหรือทดสอบแนวคิดใหม่กับลูกค้าอย่างรวดเร็ว (19%) ขณะเดียวกัน
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนแนวทางที่เน้นความรอบคอบและการควบคุม มากกว่าการทดลองและการเปลี่ยนแปลงที่พลิกโฉมองค์กร ซึ่งแม้จะช่วยลดความเสี่ยงในระยะสั้น แต่ก็อาจจำกัดศักยภาพในการสร้างการเติบโตใหม่ในระยะยาว
ประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้กลายเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจที่มีนัยสำคัญสำหรับองค์กรไทยในปัจจุบัน โดยซีอีโอเกือบครึ่ง (45%) ประเมินว่าบริษัทของตนอาจเผชิญกับความเสี่ยงทางการเงินจากปัจจัยด้านภูมิอากาศใน 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยทั่วโลก (42%)
อย่างไรก็ดี แม้ระดับการรับรู้ของผู้บริหารจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน การแปลงความตระหนักด้านสภาพภูมิอากาศไปสู่การบูรณาการเชิงกลยุทธ์ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ สำหรับองค์กรไทยจำนวนมาก โดยประเด็นด้านภูมิอากาศยังถูกจัดการในลักษณะการบริหารความเสี่ยงเชิงปฏิบัติการ มากกว่าการถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์หลักขององค์กร
คำถาม: บริษัทของคุณมีกระบวนการที่ชัดเจนในการพิจารณาโอกาสและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในด้านต่อไปนี้ มากน้อยเพียงใด
ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC
มีซีอีโอไทยเพียง 27% ที่เห็นด้วย 'ในระดับมาก' หรือ 'มากที่สุด' ว่า บริษัทของตนมีกระบวนการที่ชัดเจนในการนำปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศมาประกอบการตัดสินใจหลักไม่ว่าจะเป็นการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (24%) หรือการจัดสรรเงินทุนและการควบรวมกิจการ (15%) ช่องว่างระหว่างการรับรู้และการลงมือทำนี้ สะท้อนโอกาสสำคัญสำหรับซีอีโอไทยในการยกระดับการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ จากประเด็นเชิงปฏิบัติการ ไปสู่ส่วนหนึ่งของวาระพลิกโฉมทางธุรกิจหลักอย่างแท้จริง
ผลสำรวจชี้ว่า แม้จะเริ่มเห็นความคืบหน้าในการนำประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศมาพิจารณาในบางด้าน แต่สำหรับซีอีโอส่วนใหญ่ ประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศยังคงถูกจัดการในกรอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือการดำเนินงานมากกว่าการถูกผนวกเป็นตัวขับเคลื่อนมูลค่าเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญขององค์กร
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ซับซ้อนและผันผวน ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้กลายเป็นประเด็นที่ซีอีโอไม่สามารถมองข้ามได้ แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นทัั้งในด้านความโปร่งใส การตรวจสอบการตัดสินใจของผู้บริหาร การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี รวมทั้งมุมมองด้านความยั่งยืน ล้วนสะท้อนความคาดหวังที่สูงขึ้นต่อบทบาทผู้นำองค์กร เช่นเดียวกับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของ AI ที่แม้จะสร้างความเชื่อมั่นในเชิงบวกแต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความกังวลในหมู่สาธารณชนได้ หากองค์กรไม่มีการกำกับดูแล AI อย่างมีความรับผิดชอบ
คำถาม: ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา บริษัทของคุณประสบกับประเด็นด้านความเชื่อมั่นจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก (เช่น คณะกรรมการบริษัท ลูกค้า หน่วยงานกำกับดูแล นักลงทุน หรือพนักงาน) ในประเด็นใดต่อไปนี้และในระดับใด
หมายเหตุ: แสดงผลรวมของคำตอบในระดับ ‘ปานกลาง’ ‘มาก’ และ ‘มากที่สุด’
ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC
ซีอีโอไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นจากหลายทิศทาง โดยประเด็นที่ถูกจับตามากที่สุด คือ ความต้องการความโปร่งใสที่สูงขึ้น (43%) และ การตรวจสอบการตัดสินใจของฝ่ายบริหารอย่างเข้มงวดมากกว่าเดิม (41%) ขณะเดียวกัน ข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลและความเป็นส่วนตัว (35%) ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อผลการดำเนินธุรกิจ (32%) และการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ (31%) ต่างสะท้อนความคาดหวังที่สูงขึ้นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในด้านดิจิทัลและความยั่งยืน
มุมมองดังกล่าวตอกย้ำว่า ความเชื่อมั่นไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์เชิงชื่อเสียงอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นประเด็นหลักของภาวะผู้นำและการกำกับดูแลองค์กร คณะกรรมการบริษัท นักลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล และพนักงาน ต่างคาดหวังการกำกับดูแลที่เข้มแข็งขึ้น ความรับผิดชอบที่ชัดเจนมากขึ้น ตลอดจนการสื่อสารที่โปร่งใสและสม่ำเสมอในทุกระดับขององค์กร
เราได้สำรวจความคิดเห็นของซีอีโอ 4,454 คน ใน 95 ประเทศและอาณาเขตทั่วโลก (รวมถึงซีอีโอจากประเทศไทย 59 คน) โดยการเก็บข้อมูลดำเนินการระหว่างวันที่ 30 กันยายน ถึง 10 พฤศจิกายน 2568 ผ่านการสัมภาษณ์เชิงปริมาณทั้งหมดภายใต้หลักการรักษาความลับของผู้ตอบแบบสอบถาม ทั้งนี้ ตัวเลขบางส่วนที่ปรากฎในแผนภูมิของรายงานฉบับนี้ อาจรวมกันไม่ครบ 100% อันเนื่องมาจากการปัดเศษทศนิยม และในบางกรณีได้มีการยกเว้นคำตอบบางประเภทออกจากการคำนวณ เช่น ‘ไม่เลือกข้อใดเป็นพิเศษ’ ‘อื่น ๆ’ ‘ไม่มีข้อใดถูก’ ‘ไม่ทราบ’ และ ‘ไม่ประสงค์จะตอบ’
สำรวจแนวทางที่ภาคธุรกิจไทยจะสามารถเสริมสร้างรากฐานให้แข็งแกร่ง พร้อมคว้าโอกาสใหม่ ๆ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
รายงานผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29
Marketing and Communications
Bangkok, PwC Thailand
Tel: +66 (0) 2844 1000, Ext. 4713-15, 18, 22-24, 26, 28 and 29