รายงานผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ฉบับประเทศไทย

การเป็นผู้นำท่ามกลางความไม่แน่นอนในยุค AI

การเป็นผู้นำท่ามกลางความไม่แน่นอนในยุค AI
  • Insight
  • 15 minute read
  • 30 Mar 2026

เมื่อเข้าสู่ปี 2569 ความผันผวนที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลกกำลังเข้ามาปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ซีอีโอไทยต้องเผชิญหน้าและรับมือกับสถานการณ์ภายนอกที่ซับซ้อนและไม่แน่นอนยิ่งขึ้น

ความเชื่อมั่นของซีอีโอไทยต่อการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งในระดับโลกและระดับประเทศนั้น พบว่ายังคงตามหลังประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก โดยมีสาเหตุหลักมาจากความกังวลเรื่องความผันผวนทางเศรษฐกิจมหภาค มาตรการทางภาษีศุลกากร และความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ ผู้นำองค์กรจำนวนมากจึงเลือกใช้แนวทางที่ระมัดระวังมากขึ้นต่อการลงทุนและการขยายธุรกิจในระยะสั้น

มุมมองเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ฉบับประเทศไทย ของ PwC ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ซีอีโอไทยกำลังหาแนวทางรับมือกับความท้าทายที่ซ้อนทับกันมากขึ้น ตั้งแต่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ในขณะเดียวกัน ผู้บริหารเหล่านี้ก็กำลังเร่งปรับเปลี่ยนองค์กร เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในระยะยาว

ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจอ่อนตัวลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั้งในและต่างประเทศ

ซีอีโอในประเทศไทยเข้าสู่ปี 2569 ด้วยความระมัดระวังที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากความกังวลต่อความไม่แน่นอนทั้งในระดับโลกและภายในประเทศ

ซีอีโอไทยไม่ถึงครึ่งมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโลก

คำถาม: คุณเชื่อว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในอีก 12 เดือนข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
 

ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC

เมื่อถามถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลก มีซีอีโอไทยไม่ถึงครึ่งหนึ่ง (46%) ที่กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกน่าจะมีการปรับตัวดีขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นระดับความเชื่อมั่นที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 61% อย่างเห็นได้ชัด ในขณะเดียวกัน สัดส่วนของซีอีโอไทยที่กล่าวว่าสภาวะเศรษฐกิจโลกจะแย่ลงนั้น กลับเพิ่มสูงขึ้น โดยมีซีอีโอถึง 37% ที่คาดว่าอัตราการเติบโตจะลดลงในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 34% ในปีก่อน

ซีอีโอไทยมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจในประเทศลดลง

คำถาม: คุณเชื่อว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศของคุณในอีก 12 เดือนข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
 

ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC

ความเชื่อมั่นของซีอีโอไทยที่มีต่อเศรษฐกิจในประเทศก็ลดลงเช่นกัน โดยในปีนี้ ซีอีโอไทย 42% กล่าวว่า เศรษฐกิจจะชะลอตัวลง (เพิ่มขึ้นจาก 34% ในปีที่ผ่านมา) และมีเพียงประมาณหนึ่งในสาม (34%) ที่เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะปรับตัวดีขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า

ความคาดหวังต่อการเติบโตของรายได้ลดลง

คำถาม: คุณมีความเชื่อมั่นเพียงใดต่อแนวโน้มการเติบโตของรายได้ของบริษัทของคุณ
 

หมายเหตุ: แสดงเฉพาะคำตอบ ‘เชื่อมั่นมาก’ และ ‘เชื่อมั่นมากที่สุด’
ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC

ความเชื่อมั่นของซีอีโอไทยต่อการเติบโตของรายได้องค์กรในช่วง 12 เดือนข้างหน้าปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีเพียง 24% ที่ระบุว่ามีความเชื่อมั่นในระดับ ‘มาก’ หรือ ‘มากที่สุด’ ลดลงจาก 27% ในปีก่อนหน้า และยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 30% สะท้อนถึงความกังวลต่ออุปสรรคเชิงโครงสร้างและแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ภาคธุรกิจไทยยังคงต้องเผชิญอย่างต่อเนื่อง

เส้นทางที่ท้าทายรออยู่ข้างหน้า

ท่าทีที่ระมัดระวังของซีอีโอไทยสะท้อนผ่านการประเมินความเสี่ยงที่เร่งด่วนที่สุด โดยผู้ตอบแบบสำรวจ 29% มองว่าความผันผวนทางเศรษฐกิจมหภาคและความเสี่ยงทางไซเบอร์เป็นภัยคุกคามสำคัญสูงสุด รองลงมาคือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (25%) และกำแพงภาษี (25%) ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันต่อการดำเนินธุรกิจในระยะข้างหน้า

ภูมิทัศน์ความเสี่ยงสำหรับซีอีโอไทยในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

คำถาม: คุณเชื่อว่าบริษัทของคุณจะเผชิญกับความเสี่ยงในประเด็นสำคัญต่อไปนี้ มากน้อยเพียงใดในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
 

หมายเหตุ: แสดงเฉพาะคำตอบ ‘มีความเสี่ยงสูง’ และ ‘มีความเสี่ยงสูงมาก’
ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC

โอกาสทางธุรกิจที่เริ่มชัดเจนขึ้น

แม้ความเชื่อมั่นในระยะสั้นของซีอีโอไทยจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ผลสำรวจในปีนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้นำธุรกิจจำนวนมากยังคงมุ่งเน้นไปที่อนาคต โดยให้ความสำคัญกับโอกาสเชิงกลยุทธ์ที่จะกำหนดตำแหน่งการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว

ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โอกาสในการเติบโตไม่ได้หายไป หากแต่กำลังชัดเจนขึ้นในประเด็นสำคัญบางด้าน โดยมีสองแนวโน้มที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ได้แก่ บทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขยายตัวมากขึ้นในภาคธุรกิจ และการที่องค์กรไทยเริ่มขยับขยายข้ามกรอบอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม เพื่อสร้างแหล่งการเติบโตใหม่และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

AI กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจในประจำวัน

AI เริ่มมีบทบาทที่ชัดเจนและมั่นคงมากขึ้นในกิจกรรมทางธุรกิจในประเทศไทย แม้ว่าระดับการนำไปใช้งานจริงยังคงตามหลังหลายประเทศทั่วโลก แต่ซีอีโอไทยจำนวนมากได้เริ่มประยุกต์ใช้ AI ในเชิงปฏิบัติ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความทันสมัยของการดำเนินงาน

อย่างไรก็ตาม ระดับการนำ AI มาใช้ยังแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละส่วนงานของธุรกิจ แม้จะมีซีอีโอไทยเพียงส่วนน้อยที่นำ AI มาใช้ในวงกว้าง แต่พบว่า 22% ระบุว่ามีการใช้งาน AI ในด้านผลิตภัณฑ์ บริการ และการสร้างประสบการณ์ลูกค้าในระดับ ‘มาก’ ถึง ‘มากที่สุด’ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 19% เล็กน้อย

แม้การใช้งาน AI จะเริ่มสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่เป็นรูปธรรม แต่องค์กรไทยส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในช่วงของการเรียนรู้ ทดลอง และพัฒนาศักยภาพ เพื่อขยายการใช้งานให้เกิดคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บริษัทไทยส่วนใหญ่ยังไม่เห็นผลตอบแทนทางการเงินจากการลงทุนใน AI

คำถาม: ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา AI ส่งผลกระทบต่อด้านต่าง ๆ ของบริษัทคุณอย่างไร

บริษัทไทยส่วนใหญ่ยังไม่เห็นผลตอบแทนทางการเงินจากการลงทุนใน AI

หมายเหตุ: การเพิ่มขึ้นและลดลง หมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีสัดส่วนตั้งแต่ 2% ขึ้นไป ส่วน ‘ไม่มีการเปลี่ยนแปลง’ หมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ระหว่าง ลดลงไม่เกิน 2% ถึงเพิ่มขึ้นไม่เกิน 2% ทั้งนี้ ผลสำรวจนี้ไม่รวมคำตอบที่ระบุว่า ‘ไม่ทราบ’
ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC

ทั้งนี้ มีเพียงซีอีโอไทยเพียงส่วนน้อย (18%) ที่สามารถบรรลุ ‘สถานการณ์ที่เหมาะสมที่สุด’ กล่าวคือ สามารถแปลงการลงทุนด้าน AI ให้เกิดผลลัพธ์ทางการเงินทั้งในด้านรายได้และต้นทุนพร้อมกัน

สำหรับองค์กรไทยอื่น ๆ ผลสำรวจพบว่า ยังมีซีอีโอจำนวนมากที่ไม่เห็นผลตอบแทนทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรมจากการลงทุนใน AI โดย 39% ระบุว่ายังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านรายได้และต้นทุน ซึ่งบ่งชี้ว่าโครงการ AI ส่วนใหญ่อยู่ในขั้นทดลอง หรือยังไม่ได้รับการขยายผลในระดับที่สามารถสร้างผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ

เมกะเทรนด์กำลังส่งผลกระทบร่วมกัน

เทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น กำลังส่งผลกระทบร่วมกันในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย แรงขับเคลื่อนสำคัญเหล่านี้ ผลักดันให้องค์กรต่าง ๆ ต้องมองหาโอกาสการเติบโตนอกเหนือจากตลาดเดิมที่คุ้นเคย พร้อมพิจารณาช่องทางใหม่ ๆ เพื่อสร้างการเติบโต ดังที่เน้นย้ำไว้ในงานวิจัยระดับโลก Value in Motion ของ PwC

เพื่อตอบรับกับบริบทดังกล่าว ซีอีโอไทยก็เช่นเดียวกับผู้นำธุรกิจทั่วโลก กำลังทบทวนกลยุทธ์การดำเนินงานอย่างรอบด้าน ว่าควรดำเนินธุรกิจที่ไหนและอย่างไร ในสภาพแวดล้อมที่เส้นแบ่งระหว่างอุตสาหกรรมเริ่มเลือนลางมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทจำนวนมาก เริ่มขยายธุรกิจออกนอกภาคธุรกิจหลัก เพื่อคว้าโอกาสใหม่ ๆ และบริหารจัดการความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทที่ขยายเข้าสู่ภาคธุรกิจใหม่ มีความเชื่อมั่นในการเติบโตสูงกว่า

คำถาม: ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา บริษัทของคุณได้เริ่มเข้าไปแข่งขันในภาคธุรกิจหรืออุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่ไม่เคยแข่งขันมาก่อนหรือไม่

สัดส่วนของซีอีโอไทยที่เข้าสู่ภาคธุรกิจใหม่ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา

ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC

ซีอีโอไทยมากกว่าครึ่ง (56%) ระบุว่าในช่วงห้าปีที่ผ่านมา องค์กรของตนได้เริ่มขยายการแข่งขันเข้าสู่ภาคธุรกิจหรืออุตสาหกรรมใหม่ นอกเหนือจากธุรกิจหลักเดิม ขณะที่อีก 42% ยังไม่มีการขยายตัวไปสู่ภาคธุรกิจใหม่

ที่สำคัญ ผลสำรวจยังสะท้อนความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างการขยายไปสู่ภาคธุรกิจใหม่กับระดับความเชื่อมั่นของผู้บริหารต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต โดยเฉพาะในช่วง 12 เดือนข้างหน้า บริษัทที่ยังไม่มีรายได้จากภาคธุรกิจใหม่ มีสัดส่วนซีอีโอที่แสดงความเชื่อมั่นในระดับสูงเพียงประมาณ 18%

สัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 33% สำหรับบริษัทที่มีรายได้จากภาคธุรกิจใหม่ราว 25% และเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็น 75% ในกลุ่มบริษัทที่มีรายได้จากภาคธุรกิจใหม่ถึง 50% สะท้อนให้เห็นว่าการกระจายแหล่งรายได้มีบทบทาสำคัญต่อมุมมองเชิงบวกของผู้บริหารต่อการเติบโตในระยะข้างหน้า

ห้าอันดับอุตสาหกรรมที่น่าดึงดูดมากที่สุดในสายตาของซีอีโอไทย

คำถาม: ในบรรดาอุตสาหกรรมต่อไปนี้ (ถ้ามี) นอกเหนือจากอุตสาหกรรมของคุณเอง อุตสาหกรรมใดที่คุณจะแสวงหาโอกาสในการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ (รวมถึงการสร้างพันธมิตรกับผู้อื่น) ในอีกสามปีข้างหน้า
 

หมายเหตุ: แสดงเฉพาะห้าอันดับแรกของอุตสาหกรรมที่ถูกเลือกมากที่สุด
ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC

ซีอีโอไทยกำลังหันมาให้ความสำคัญกับภาคธุรกิจที่สอดคล้องกับความต้องการเชิงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และภาคส่วนที่ประเทศไทยมีศักยภาพ โดยในปัจจุบันภาคบริการด้านสุขภาพได้กลายเป็นลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์อันดับหนึ่งสำหรับซีอีโอไทย (24%)

นอกเหนือจากภาคการดูแลสุขภาพแล้ว ธุรกิจการบริการและการพักผ่อน (21%) ยังคงเป็นการต่อยอดที่สำคัญจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศไทยในระดับโลก ขณะเดียวกัน ภาคการผลิต เทคโนโลยี รวมถึงการขนส่งและโลจิสติกส์ (ซึ่งแต่ละภาคอยู่ที่ 14%) สะท้อนถึงโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน และการเร่งตัวของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล

เส้นทางสู่การพลิกโฉมทางธุรกิจ

ซีอีโอไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่แรงกดดันในระยะสั้นยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกัน ความกังวลเชิงโครงสร้างกลับสะท้อนการมองไปข้างหน้าอย่างจริงจังมากขึ้น ประเด็นที่สร้างแรงกดดันสูงสุดไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผลประกอบการในปีถัดไป หากแต่ขยายไปสู่คำถามเชิงพื้นฐานสองประการ ได้แก่ ความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะกลางถึงระยะยาว (34%) และความเพียงพอของขีดความสามารถด้านนวัตกรรมต่ออนาคตที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน (32%)

มุมมองดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านทางความคิดของผู้นำธุรกิจไทย จากการมุ่งบริหารความเสี่ยงเฉพาะหน้า ไปสู่การตระหนักว่าความอยู่รอดและการเติบโตในระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยการปรับตัว การพัฒนา และการสร้างขีดความสามารถใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

ขีดความสามารถด้านนวัตกรรม: การรับรู้ชัดเจน แต่การลงมือทำยังจำกัด

คำถาม: ข้อความใดต่อไปนี้สะท้อนถึงแนวทางการสร้างนวัตกรรมของบริษัทคุณในระดับใด
 

หมายเหตุ: แสดงเฉพาะคำตอบในระดับ ‘มาก’ และ ‘มากที่สุด’ เท่านั้น
ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC

แม้ซีอีโอไทยจะตระหนักอย่างชัดเจนว่านวัตกรรมคือหัวใจสำคัญของความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว แต่ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า องค์กรส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการสร้าง ‘กล้ามเนื้อนวัตกรรม’ อย่างเป็นระบบ โดยมีเพียงส่วนน้อย (27%) ที่กำหนดให้นวัตกรรมเป็นแกนหลักของกลยุทธ์องค์กร หรือมีการร่วมมือกับพันธมิตรภายนอกหรือทดสอบแนวคิดใหม่กับลูกค้าอย่างรวดเร็ว (19%) ขณะเดียวกัน

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนแนวทางที่เน้นความรอบคอบและการควบคุม มากกว่าการทดลองและการเปลี่ยนแปลงที่พลิกโฉมองค์กร ซึ่งแม้จะช่วยลดความเสี่ยงในระยะสั้น แต่ก็อาจจำกัดศักยภาพในการสร้างการเติบโตใหม่ในระยะยาว

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ: จากการรับรู้ สู่การบูรณาการเชิงกลยุทธ์

ประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้กลายเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจที่มีนัยสำคัญสำหรับองค์กรไทยในปัจจุบัน โดยซีอีโอเกือบครึ่ง (45%) ประเมินว่าบริษัทของตนอาจเผชิญกับความเสี่ยงทางการเงินจากปัจจัยด้านภูมิอากาศใน 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยทั่วโลก (42%)

อย่างไรก็ดี แม้ระดับการรับรู้ของผู้บริหารจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน การแปลงความตระหนักด้านสภาพภูมิอากาศไปสู่การบูรณาการเชิงกลยุทธ์ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญ สำหรับองค์กรไทยจำนวนมาก โดยประเด็นด้านภูมิอากาศยังถูกจัดการในลักษณะการบริหารความเสี่ยงเชิงปฏิบัติการ มากกว่าการถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์หลักขององค์กร

การตัดสินใจทางธุรกิจส่วนใหญ่ยังขาดการพิจารณาปัจจัยด้านภูมิอากาศ

คำถาม: บริษัทของคุณมีกระบวนการที่ชัดเจนในการพิจารณาโอกาสและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในด้านต่อไปนี้ มากน้อยเพียงใด
 

ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC

มีซีอีโอไทยเพียง 27% ที่เห็นด้วย 'ในระดับมาก' หรือ 'มากที่สุด' ว่า บริษัทของตนมีกระบวนการที่ชัดเจนในการนำปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศมาประกอบการตัดสินใจหลักไม่ว่าจะเป็นการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (24%) หรือการจัดสรรเงินทุนและการควบรวมกิจการ (15%) ช่องว่างระหว่างการรับรู้และการลงมือทำนี้ สะท้อนโอกาสสำคัญสำหรับซีอีโอไทยในการยกระดับการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ จากประเด็นเชิงปฏิบัติการ ไปสู่ส่วนหนึ่งของวาระพลิกโฉมทางธุรกิจหลักอย่างแท้จริง

ผลสำรวจชี้ว่า แม้จะเริ่มเห็นความคืบหน้าในการนำประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศมาพิจารณาในบางด้าน แต่สำหรับซีอีโอส่วนใหญ่ ประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศยังคงถูกจัดการในกรอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือการดำเนินงานมากกว่าการถูกผนวกเป็นตัวขับเคลื่อนมูลค่าเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญขององค์กร

ความเชื่อมั่นคือรากฐานสำคัญของการพลิกโฉมทางธุรกิจ

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ซับซ้อนและผันผวน ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้กลายเป็นประเด็นที่ซีอีโอไม่สามารถมองข้ามได้ แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นทัั้งในด้านความโปร่งใส การตรวจสอบการตัดสินใจของผู้บริหาร การใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี รวมทั้งมุมมองด้านความยั่งยืน ล้วนสะท้อนความคาดหวังที่สูงขึ้นต่อบทบาทผู้นำองค์กร เช่นเดียวกับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของ AI ที่แม้จะสร้างความเชื่อมั่นในเชิงบวกแต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความกังวลในหมู่สาธารณชนได้ หากองค์กรไม่มีการกำกับดูแล AI อย่างมีความรับผิดชอบ

ซีอีโอไทยจำนวนมากกำลังเผชิญกับความท้าทายจากการขาดความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

คำถาม: ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา บริษัทของคุณประสบกับประเด็นด้านความเชื่อมั่นจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก (เช่น คณะกรรมการบริษัท ลูกค้า หน่วยงานกำกับดูแล นักลงทุน หรือพนักงาน) ในประเด็นใดต่อไปนี้และในระดับใด
 

หมายเหตุ: แสดงผลรวมของคำตอบในระดับ ‘ปานกลาง’ ‘มาก’ และ ‘มากที่สุด’
ที่มา: ผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ของ PwC

ซีอีโอไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นจากหลายทิศทาง โดยประเด็นที่ถูกจับตามากที่สุด คือ ความต้องการความโปร่งใสที่สูงขึ้น (43%) และ การตรวจสอบการตัดสินใจของฝ่ายบริหารอย่างเข้มงวดมากกว่าเดิม (41%) ขณะเดียวกัน ข้อกังวลเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลและความเป็นส่วนตัว (35%) ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อผลการดำเนินธุรกิจ (32%) และการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ (31%) ต่างสะท้อนความคาดหวังที่สูงขึ้นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในด้านดิจิทัลและความยั่งยืน

มุมมองดังกล่าวตอกย้ำว่า ความเชื่อมั่นไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์เชิงชื่อเสียงอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นประเด็นหลักของภาวะผู้นำและการกำกับดูแลองค์กร คณะกรรมการบริษัท นักลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล และพนักงาน ต่างคาดหวังการกำกับดูแลที่เข้มแข็งขึ้น ความรับผิดชอบที่ชัดเจนมากขึ้น ตลอดจนการสื่อสารที่โปร่งใสและสม่ำเสมอในทุกระดับขององค์กร

ค้นพบวิธีที่ซีอีโอใช้เพื่อจัดการกับความท้าทายในปี 2569

รายงานผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29 ฉบับประเทศไทย

Contact us

Pisit Thangtanagul
Pisit Thangtanagul

Chief Executive Officer, PwC Thailand

Amornrat Pearmpoonvatanasuk
Amornrat Pearmpoonvatanasuk

Assurance Partner and Chief Commercial Officer, PwC Thailand

ระเบียบวิธีการสำรวจ

เราได้สำรวจความคิดเห็นของซีอีโอ 4,454 คน ใน 95 ประเทศและอาณาเขตทั่วโลก (รวมถึงซีอีโอจากประเทศไทย 59 คน) โดยการเก็บข้อมูลดำเนินการระหว่างวันที่ 30 กันยายน ถึง 10 พฤศจิกายน 2568 ผ่านการสัมภาษณ์เชิงปริมาณทั้งหมดภายใต้หลักการรักษาความลับของผู้ตอบแบบสอบถาม ทั้งนี้ ตัวเลขบางส่วนที่ปรากฎในแผนภูมิของรายงานฉบับนี้ อาจรวมกันไม่ครบ 100% อันเนื่องมาจากการปัดเศษทศนิยม และในบางกรณีได้มีการยกเว้นคำตอบบางประเภทออกจากการคำนวณ เช่น ‘ไม่เลือกข้อใดเป็นพิเศษ’ ‘อื่น ๆ’ ‘ไม่มีข้อใดถูก’ ‘ไม่ทราบ’ และ ‘ไม่ประสงค์จะตอบ’

Authors

Ploy Ten Kate
Ploy Ten Kate

Director, Marketing and Communications, PwC Thailand

Jirayuth Unnaha
Jirayuth Unnaha

Manager, Marketing and Communications, PwC Thailand

ดาวน์โหลดรายงาน

สำรวจแนวทางที่ภาคธุรกิจไทยจะสามารถเสริมสร้างรากฐานให้แข็งแกร่ง พร้อมคว้าโอกาสใหม่ ๆ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

เรียนรู้เพิ่มเติม

รายงานผลสำรวจซีอีโอทั่วโลกประจำปี ครั้งที่ 29

Contact us

Marketing and Communications

Bangkok, PwC Thailand

Tel: +66 (0) 2844 1000, Ext. 4713-15, 18, 22-24, 26, 28 and 29

Follow us