Skip to content Skip to footer
Search

Loading Results

เพื่อปัจจุบันและวันข้างหน้า: ผู้นํารุ่นใหม่กล้าที่จะท้าทายมาตรฐานเดิม ๆ ของธุรกิจครอบครัว

รายงานผลสํารวจผู้นําธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่ ประจําปี 2565 ฉบับประเทศไทย

วิกฤตการณ์ต่าง ๆ สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บางเหตุการณ์อาจมองเห็นได้อย่างชัดเจน แต่บางเหตุการณ์ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา และไม่มีธุรกิจใดไม่ว่าจะขนาดใหญ่หรือธุรกิจครอบครัวขนาดย่อมที่จะสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันได้ทั้งหมด ในสถานการณ์แบบนี้ ผู้นำรุ่นใหม่ทำอย่างไรเพื่อท้าทายมาตรฐานเดิม ๆ ที่มีอยู่และมีบทบาทอะไรบ้างในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับกิจการของพวกเขา?

รายงานผลการสำรวจ ผู้นำธุรกิจครอบครัวรุ่นใหม่ ประจำปี 2565 ของ PwC ประเทศไทย ฉบับที่ 2 นี้ จะนำเสนอผลการวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อตอบคำถามว่า ผู้นำรุ่นใหม่รับมืออย่างไรกับความท้าทายจากการสืบทอดตำแหน่ง บทบาทความเป็นผู้นำ ผลกระทบของ ESG และการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเข้าสู่ระบบดิจิทัล (Digitalisation) 

ทั้งนี้ ผลการสำรวจของเรายังเปิดเผยถึงความคาดหวังของครอบครัว และวิธีการที่ผู้นำรุ่นใหม่ใช้ในการรับมือกับความคาดหวังดังกล่าว รวมถึงทักษะที่ผู้นำรุ่นใหม่สนใจที่จะพัฒนาเพิ่มเติม

ดาวน์โหลดรายงาน

“วิกฤตโรคระบาดในครั้งนี้ได้เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลกไปตลอดกาล และยังมาพร้อมกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เหตุการณ์นี้ได้บีบบังคับให้ผู้คนจำนวนมากต้องปรับตัวเข้าสู่กระแสดิจิทัลและดำเนินธุรกิจตามแนวทางของ ESG ความท้าทายเช่นนี้ เป็นบททดสอบความเป็นผู้นำรุ่นใหม่ว่า จะยังสามารถประคับประคองให้ธุรกิจครอบครัวอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืนได้หรือไม่”

นิพันธ์ ศรีสุขุมบวรชัย
หัวหน้ากลุ่มลูกค้าธุรกิจครอบครัว
หุ้นส่วนสายงานภาษีและกฎหมาย
บริษัท PwC ประเทศไทย

 

ผลการสำรวจที่น่าสนใจ

การจัดลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนในการบริหารธุรกิจครอบครัวไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเมื่อถามถึงการจัดลำดับความสำคัญที่กล่าวถึงข้างต้น พบว่า เกือบสองในสามของผู้บริหารเน็กซ์เจนไทยมองว่า การบริหารธุรกิจให้กลับมาเติบโต (63%) เป็นภารกิจอันดับแรกที่มีความสำคัญสูงสุด ตามมาด้วยการขยายตัวไปสู่ภาคส่วนหรือตลาดใหม่ (50%) สอดคล้องกับผู้บริหารเน็กซ์เจนทั่วโลกที่ต้องการนำธุรกิจครอบครัวของตนไปสู่ความสำเร็จในระยะยาวเช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม

ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้นำรุ่นใหม่ไทยแสดงถึงความเต็มใจที่จะใช้ช่วงโอกาสนี้ในการฝึกฝนทักษะ และพัฒนาความรู้ความเชี่ยวชาญใหม่ ๆ และ/หรือเข้ารับการศึกษาอบรมเพิ่มเติม เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจครอบครัวของตน

ไม่เพียงเท่านี้ การระบาดใหญ่ครั้งนี้ยังทำให้พวกเขาได้เข้าไปมีส่วนร่วมในธุรกิจครอบครัวมากยิ่งขึ้น และแสดงให้เห็นว่า พวกเขาจำเป็นต้องเสริมและพัฒนาความสามารถในการเป็นผู้นำ โดยผลสำรวจที่ได้จากเน็กซ์เจนไทยนั้นสูงกว่าทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 28%

 

อ่านเพิ่มเติม

สำหรับธุรกิจครอบครัวของไทยที่วางแผนในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ จะมองข้ามประเด็นนี้ไปไม่ได้ เพราะ ESG จะไม่ใช่เพียงตัวเลือกอีกต่อไป การให้เน็กซ์เจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำธุรกิจครอบครัว เป็นโอกาสที่จะช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย ESG ได้

จากการสำรวจของเราพบว่า 68% ของผู้นำรุ่นใหม่ไทยเชื่อว่า ธุรกิจของตนมีความรับผิดชอบในการรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (เทียบกับ 36% ของผู้นำรุ่นปัจจุบัน) ซึ่งใกล้เคียงกับผู้นำรุ่นใหม่ทั่วโลกที่ 71%

 

อ่านเพิ่มเติม

ผลจากการสำรวจพบว่า 35% ของผู้นำรุ่นใหม่ไทยเชื่อว่า พวกเขามีความสามารถด้านดิจิทัล ซึ่งสูงกว่าผู้นำรุ่นปัจจุบันที่ 28% นอกจากนี้ 33% มองว่า ผู้นำรุ่นปัจจุบันยังไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับโอกาสและความเสี่ยงทางดิจิทัลที่มีต่อธุรกิจทั้งหมด

อ่านเพิ่มเติม

ในประเทศไทย ผู้นำรุ่นใหม่และผู้นำรุ่นปัจจุบันได้แสดงให้เห็นถึงการร่วมมือกันมากกว่าที่เคยในการแก้ปัญหาทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจากผลกระทบของวิฤตโควิด-19 โดยผลจากการสำรวจพบว่า 45% ของผู้นำรุ่นใหม่ไทย เข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารธุรกิจครอบครัวมากขึ้น ใกล้เคียงกับผู้บริหารเน็กซ์เจนทั่วโลกที่ 43% 

อ่านเพิ่มเติม

{{filterContent.facetedTitle}}

Contact us

นิพันธ์ ศรีสุขุมบวรชัย

หัวหน้ากลุ่มลูกค้าธุรกิจครอบครัว
หุ้นส่วนสายงานภาษีและกฎหมาย, PwC Thailand

Tel: +66 (0) 2844 1000 ext. 4723