AI Blog

5 เทคนิคสู่การเริ่มต้นใช้งานเอไอในองค์กรอย่างชาญฉลาด 

โดย วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย
30 มกราคม 2563

ปัจจุบัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (Artificial Intelligence: AI) ถูกนำเข้ามาใช้งานในธุรกิจอย่างแพร่หลายมากขึ้น ตั้งแต่เครื่องจักรกลในโรงงาน ผู้ช่วยส่วนบุคคลในรูปแบบอุปกรณ์อัจฉริยะ ไปจนถึงการประมวลผลข้อมูลขั้นสูง และการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ จากผลสำรวจ Global Artificial Intelligence Study: Sizing the prize ของ PwC พบว่า ในอีก 10 ปีข้างหน้า เอไอจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจโลกเติบโตได้ถึง 15.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (478 ล้านล้านบาท1) เนื่องจากการใช้งานระบบอัตโนมัติและการใช้เอไอแทนแรงงานมนุษย์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ รวมถึงปรับปรุงคุณภาพสินค้าและบริการได้ตามความต้องการเฉพาะที่เพิ่มขึ้น 

อย่างไรก็ดี ยังมีองค์กรอีกจำนวนมากที่ยังลังเลหรือไม่ทราบว่าจะนำเอไอมาใช้ประโยชน์กับธุรกิจของตนอย่างไร เห็นได้จากผลสำรวจประจำปี AI Predictions ของ PwC ที่พบว่า มีองค์กรเพียง 4% จากผู้ถูกสำรวจทั้งหมด 1,062 ราย มีแผนจะใช้เอไอในปี 2563 ในขณะที่ 42% อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาใช้งานเอไอเท่านั้น วันนี้ดิฉันจึงอยากนำเสนอแนวทางสำคัญเพื่อให้องค์กรสามารถเริ่มต้นนำเอไอมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

  1. เริ่มต้นปรับใช้กับกระบวนการทำงานหลังบ้านและงานประจำวันที่ต้องทำซ้ำ ๆ เราสามารถนำระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยเพิ่มผลกำไรและเป็นพื้นฐานของการปรับตัวไปสู่การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงกับองค์กรได้ ซึ่งจากผลสำรวจพบว่า ประโยชน์ที่สำคัญอันดับแรกจากการใช้เอไอคือ ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (48%) ตามด้วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต (42%) แต่สิ่งที่ธุรกิจต้องทำก่อนคือ กำหนดกลยุทธ์การใช้งานเอไอว่าจะนำเอไอมาใช้ตรงจุดไหนขององค์กร รวมทั้งต้องเตรียมความพร้อมทั้งในเรื่องข้อมูลและพนักงาน ให้สามารถใช้งานเอไอได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อมโยงเอไอให้สามารถทำงานร่วมกับระบบอื่น ๆ ได้ นอกจากนี้ ยังต้องมีการวัดผลการทำงานของเอไอ โดยตั้งดัชนีชี้วัดผลงานหรือความสำเร็จของงาน (Key Performance Indicator: KPI) ในระดับองค์กรเพื่อวัดทั้งประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ
  2. ยกระดับทักษะพนักงานของตน นี่ถือเป็นหนึ่งในภารกิจหลักขององค์กรที่ต้องเริ่มได้แล้วในปีนี้ โดยทบทวนดูว่า การยกระดับทักษะพนักงานด้วยการอบรมเพียงอย่างเดียวนั้นเพียงพอหรือไม่ เพราะบ่อยครั้งที่การยกระดับทักษะให้ได้ผลจริง พนักงานต้องได้ใช้ทักษะนั้น ๆ กับงานที่ทำ และต้องปลูกฝังทัศนคติทางด้านดิจิทัล (Digital mindset) ซึ่งประกอบด้วย ทักษะในการแก้ปัญหา พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนการทำงาน และทำงานร่วมกับเทคโนโลยีอื่น ๆ เสมอ นอกจากนี้ ยังต้องส่งเสริมให้พนักงานในแต่ละฝ่ายงานมีโอกาสทำงานที่ต้องใช้ทักษะที่แตกต่างไปจากเดิม เช่น ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลได้เรียนรู้งานด้านการบริหารธุรกิจ เพราะนอกจากจะเป็นการเรียนรู้ทักษะอื่น ๆ และนำมาปรับใช้ในงานได้แล้ว ยังทำให้เห็นปัญหาส่วนอื่น ๆ ขององค์กร และช่วยหาแนวทางในการนำเอไอเข้ามาแก้ปัญหาได้ 
  3. มีมาตรการกำกับดูแลระบบรักษาความปลอดภัยทางดิจิทัล เมื่อเอไอถูกนำมาใช้กับกระบวนการทำงานขององค์กร การสร้างความไว้วางใจ (Trust) ต่อการทำงานของเอไอจะยิ่งกลายเป็นเรื่องสำคัญ เพราะส่งผลกระทบต่อองค์กรในหลายด้าน อย่างไรก็ดี ผลสำรวจกลับพบว่า มีเพียง 1 ใน 3 ขององค์กรที่สำรวจเท่านั้นที่พร้อมรับมือกับความเสี่ยงในด้านดิจิทัลต่าง ๆ ตั้งแต่ด้านการจัดเก็บและการใช้งานข้อมูล รวมถึงการประมวลผลและการรายงานผลของระบบเอไอ ดังนั้น สิ่งที่องค์กรต้องเริ่มทำคือ จัดตั้งทีมงานที่มีตัวแทนจากฝ่ายงานต่าง ๆ ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายตรวจสอบ ฝ่ายเทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล รวมไปถึงผู้จัดการระบบต่าง ๆ ทั่วทั้งองค์กร เพื่อกำหนดแนวทางการใช้งานเอไอร่วมกันและสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้น นอกจากนี้ ผู้บริหารต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัว รวมทั้งมีทีมที่คอยสอดส่องดูแลและจัดการความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ 
  4. ประยุกต์ใช้เอไอร่วมกับเทคโนโลยีอื่นเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด เช่น เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง (Data analytics) และ อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things: IoT) องค์กรจึงต้องเริ่มต้นจากการนำเอไอมาใช้ในงานไอทีที่สามารถใช้ระบบอัตโนมัติทดแทนได้ ทั้งนี้ระบบเอไอที่นำมาใช้ต้องรองรับการทำงานร่วมกับระบบอื่น ๆ ด้วย ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบการเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine learning) ซึ่งถือเป็นสมองให้กับระบบเอไอในการเรียนรู้และต่อยอดจากข้อมูลที่เราป้อนให้ สิ่งสุดท้ายที่ขาดไม่ได้ คือ ต้องทำให้ข้อมูลของเราเป็นที่น่าเชื่อถือ โดยข้อมูลต้องมีความถูกต้องแม่นยำ ได้มาตรฐานและที่สำคัญต้องปราศจากอคติ 
  5. สร้างรูปแบบธุรกิจใหม่จากเอไอ องค์กรต้องปรับเปลี่ยนการทำงานในแบบเดิม ๆ ที่เน้นใช้คน หรือลงทุนในสินทรัพย์แบบดั้งเดิม มาเป็นการลงทุนในเอไอมากขึ้น ผลสำรวจพบว่า อุปสรรคในการใช้เอไออันดับต้น ๆ ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี แต่กลับเป็นเรื่องขององค์กรและคน ไม่ว่าจะเป็นการวัดผลตอบแทนจากการลงทุน  การอนุมัติงบประมาณ และ การสรรหาพนักงานที่มีทักษะ องค์กรควรทบทวนดูว่า มีงานใดที่สามารถใช้เอไอเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้ หรือสร้างรายได้จากการวิเคราะห์ข้อมูล และวางแผนกลยุทธ์ที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

เราจะเห็นว่า ในทศวรรษ 2020 เอไอไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราอีกต่อไปแล้ว แต่กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันและกระบวนการทำงานของโลกอนาคต และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ต่อไปนี้การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีจะยิ่งรวดเร็วและรุนแรงขึ้น หากองค์กรไหนยังไม่เร่งปรับกลยุทธ์และรูปแบบการทำธุรกิจ รวมทั้งจัดทัพบุคลากรให้พร้อม ก็มีความเสี่ยงสูงว่า องค์กรนั้น ๆ จะถูกกระแสดิจิทัลกลืนกินไปในที่สุด 

 [1] อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่ากับ 30.36 บาท (ณ วันที่ 20 มกราคม 2563)

Contact us

Brand and Communications

Bangkok, PwC Thailand

Tel: +66 (0) 2844 1000,
Ext. 4713-15, 18, 22-24, 26,28 and 29

Follow us