Press Release

PwC ชี้ตลาดสุขภาพไทยเข้าสู่กระแสหลัก หลัง 80% ของคนไทยซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ แต่ 91% ยังห่วงการใช้ยาฆ่าแมลงในอาหาร

  • Press Release
  • 6 minute read
  • 10 Sep 2026

กรุงเทพฯ, 10 กันยายน 2569 – PwC ประเทศไทย เผยตลาดสุขภาพไทยกำลังเปลี่ยนจากตลาดเฉพาะกลุ่มสู่พฤติกรรมการบริโภคกระแสหลัก โดย 80% ของผู้บริโภคไทยเคยซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 35% มากกว่าสองเท่า ขณะที่ 91% ยังกังวลเรื่องการใช้ยาฆ่าแมลงในอาหาร สะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียงผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าดีต่อสุขภาพ แต่ยังคาดหวังหลักฐานด้านความปลอดภัย แหล่งที่มา และคุณค่าที่ตรวจสอบได้มากขึ้น ซึ่งกำลังยกระดับมาตรฐานการแข่งขันของธุรกิจอาหารและสุขภาพ

รายงานผลสำรวจเสียงของผู้บริโภคไทย ประจำปี 2569: ยุคเติบโตของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน ซึ่งสำรวจผู้บริโภคไทย 501 คน พบว่า 80% ของผู้บริโภคไทยเคยซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 35% โดย 71% ซื้อวิตามิน แร่ธาตุ หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ขณะที่ 33% ซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกาย และ 80% ยินดีจ่ายเงินเพิ่มขึ้นสำหรับอุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพแบบสวมใส่ หากข้อมูลมีความน่าเชื่อถือและนำไปใช้ทางการแพทย์ได้ แนวโน้มนี้ชี้ว่า การดูแลสุขภาพกำลังขยายจากการรักษา ไปสู่การใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อการป้องกันโรค ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร โภชนาการ การออกกำลังกาย และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว ส่งผลให้โอกาสทางธุรกิจด้านสุขภาพไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแต่ในอุตสาหกรรมทางการแพทย์อีกต่อไป แต่กำลังเชื่อมโยงไปยังสินค้าอุปโภคบริโภค ค้าปลีก ดิจิทัล และบริการเฉพาะบุคคล

นางสาว ศนิชา อัครกิตติลาภ หัวหน้ากลุ่มลูกค้าธุรกิจอุตสาหกรรมสุขภาพ บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า “ผลสำรวจสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทย โดยสุขภาพไม่ได้เป็นเรื่องที่คนให้ความสำคัญเฉพาะเมื่อป่วยอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่อาหาร วิตามิน และการออกกำลังกาย ไปจนถึงเทคโนโลยีด้านสุขภาพ สำหรับภาคธุรกิจ นี่หมายถึงการเปลี่ยนจากการแข่งขันด้วยผลิตภัณฑ์หรือบริการเพียงอย่างเดียว ไปสู่การนำเสนอโซลูชันที่ช่วยให้ผู้บริโภคบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพได้อย่างต่อเนื่องและน่าเชื่อถือ”

ผลสำรวจยังพบว่า 79% ของผู้บริโภคไทยรับประทานวิตามิน แร่ธาตุ หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นประจำ และมีแนวโน้มเพิ่มการบริโภคผักและผลไม้สด (68%) วิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (49%) และผลิตภัณฑ์จากนม (44%) การเติบโตพร้อมกันในหลายหมวดหมู่สะท้อนว่า ผู้บริโภคกำลังสร้างกิจวัตรด้านสุขภาพจากผลิตภัณฑ์หลายประเภท แทนที่จะพึ่งพาสินค้าใดสินค้าหนึ่ง จึงเปิดโอกาสให้ธุรกิจพัฒนาข้อเสนอที่เชื่อมโยงอาหาร โภชนาการ บริการ และข้อมูลสุขภาพเข้าด้วยกัน

ทั้งนี้ เป้าหมายด้านสุขภาพที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญสูงสุด ได้แก่ การมีชีวิตที่ยืนยาวและสุขภาพดีขึ้น (49%) การลดความเครียดและส่งเสริมสุขภาพจิต (49%) และการพัฒนาตนเอง รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองและสมาธิ (45%) ข้อมูลนี้สะท้อนว่า คำจำกัดความของสุขภาพกำลังขยายไปสู่ ‘การมีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวม’ ธุรกิจไทยจึงควรออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์เป้าหมายที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการมีชีวิตที่ยืนยาว การมีสุขภาพจิตที่ดี การมีสมรรถนะทางความคิด หรือการมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ความปลอดภัยและความโปร่งใสกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการตัดสินใจซื้อ

แม้ผู้บริโภคจะให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น แต่ประโยชน์ต่อสุขภาพเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจซื้อ โดยผลสำรวจพบว่า 91% กังวลเรื่องการใช้ยาฆ่าแมลงในอาหาร รวมถึงมลพิษทางสิ่งแวดล้อม ขณะที่ 87% กังวลเกี่ยวกับอาหารแปรรูปขั้นสูง และ 77% กังวลเรื่องไมโครพลาสติก

ความกังวลในระดับสูงดังกล่าวสะท้อนว่า ความปลอดภัยของอาหารไม่ใช่ประเด็นเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่เป็นความคาดหวังของตลาดในวงกว้าง ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะประเมินแบรนด์จากแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ส่วนประกอบ กระบวนการผลิต และหลักฐานที่สนับสนุนคำกล่าวอ้างด้านสุขภาพมากขึ้น สำหรับธุรกิจ ฉลากสะอาด อาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อย และผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงจุดขายระดับพรีเมียม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเชื่อมั่นและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

AI ขยายบทบาทสู่การเป็นผู้ช่วยดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล

ผลสำรวจยังพบว่า 63% ของผู้บริโภคไทยเคยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence: AI) เพื่อค้นหาข้อมูลหรือคำแนะนำด้านสุขภาพ ขณะที่ 85% รู้สึกสะดวกใจที่จะใช้ AI ในหน้าที่การดูแลสุขภาพอย่างน้อยหนึ่งด้าน ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการออกกำลังกาย การดูแลโภชนาการ หรือการคาดการณ์ปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น

แนวโน้มนี้สะท้อนว่า AI กำลังขยับจากการเป็นแหล่งข้อมูลทั่วไป ไปสู่บทบาทเชิงรุกในการให้คำแนะนำเฉพาะบุคคลและสนับสนุนการตัดสินใจด้านสุขภาพ นำไปสู่บริการใหม่ที่ผสานข้อมูล การติดตามผล การให้คำแนะนำ และการดูแลอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความพร้อมใช้งานไม่ได้หมายถึงความไว้วางใจโดยอัตโนมัติ ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ตลอดจนความน่าเชื่อถือของข้อมูลและคำแนะนำที่ได้รับ ดังนั้น ความเป็นส่วนตัว การกำกับดูแลข้อมูล และการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญจึงต้องเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบบริการตั้งแต่ต้น

“โอกาสของตลาดสุขภาพไทยกำลังเปิดกว้าง แต่ผู้บริโภคก็มีเงื่อนไขที่ชัดเจน โดยพวกเขาต้องการนวัตกรรมที่ช่วยให้ดูแลสุขภาพได้ง่ายและเฉพาะบุคคลมากขึ้น ขณะเดียวกันก็คาดหวังความโปร่งใส ความปลอดภัยของข้อมูล และความคุ้มค่า ฉะนั้น องค์กรที่จะเติบโตได้จึงไม่ใช่เพียงองค์กรที่นำเทคโนโลยีมาใช้เร็วที่สุด แต่คือองค์กรที่สามารถเปลี่ยนนวัตกรรมให้เป็นผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่น่าเชื่อถือและสร้างความไว้วางใจได้ในระยะยาว” นางสาว ศนิชา กล่าว

//จบ//


หมายเหตุถึงบรรณาธิการ

รายงานผลสำรวจเสียงของผู้บริโภค ประจำปี 2569 ของ PwC สำรวจมุมมองของผู้บริโภคในตลาดทั่วโลกที่มีต่อการดูแลสุขภาพ เทคโนโลยี ความไว้วางใจ และการตัดสินใจซื้อ การสำรวจนี้จัดทำขึ้นระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 โดยรวบรวมความคิดเห็นจากผู้บริโภคจำนวน 21,808 คน ใน 27 ประเทศและอาณาเขต ซึ่งรวมถึงผู้บริโภคชาวไทยจำนวน 501 คน บทวิเคราะห์สำหรับประเทศไทยมุ่งศึกษาทัศนคติ พฤติกรรม และลำดับความสำคัญของผู้บริโภคชาวไทย พร้อมเปรียบเทียบกับผลสำรวจระดับโลก เพื่อสะท้อนความต้องการเฉพาะของตลาดในประเทศและแนวโน้มผู้บริโภคในภาพรวม ทั้งนี้ ตัวเลขที่แสดงในรายงานอาจรวมกันไม่ครบ 100% เนื่องจากการปัดเศษ และในบางกรณีเกิดจากการไม่นำคำตอบบางประเภทมาคำนวณ เช่น ‘ไม่เห็นด้วยและไม่คัดค้าน’ ‘อื่น ๆ’ ‘ไม่ตรงกับข้อใดเลย’ ‘ไม่ทราบ’ และ ‘ไม่ประสงค์จะตอบ’

เกี่ยวกับ PwC

ที่ PwC เราช่วยลูกค้าสร้างความไว้วางใจและคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ เพื่อให้พวกเขาสามารถเปลี่ยนความซับซ้อนให้เป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน เราเป็นเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและมีบุคลากรมากกว่า 364,000 คนใน 136 ประเทศ และ 137 อาณาเขต บริการของเราครอบคลุมด้านการตรวจสอบบัญชี ภาษีและกฎหมาย ดีลส์ และที่ปรึกษาทางธุรกิจ เราช่วยลูกค้าสร้าง เร่ง และรักษาโมเมนตัมให้คงอยู่ หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ที่ www.pwc.com

เกี่ยวกับ PwC ประเทศไทย

PwC ประเทศไทย ถูกก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2502 โดยมีบทบาทในการช่วยเหลือ และให้คำปรึกษาแก่ธุรกิจไทยมานานกว่า 67 ปี PwC ผสมผสานประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถในการทำงานกับลูกค้าข้ามชาติ ผนวกกับความเข้าใจตลาดภายในประเทศเป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ชื่อเสียงของ PwC เป็นที่ยอมรับและได้รับความไว้วางใจจากภาคธุรกิจต่าง ๆ โดยปัจจุบัน มีบุคลากรมากกว่า 1,800 คนในประเทศไทย

© 2026 PwC Thailand. All rights reserved. PwC refers to the Thailand member firm and may sometimes refer to the PwC network. Each member firm is a separate legal entity. Please see www.pwc.com/structure for further details.

Click here to read English version

Contact us

Ploy Ten Kate

Ploy Ten Kate

Director, PwC Thailand

Tel: +66 (0) 2844 1000 Ext. 4713

Follow us