Skip to content Skip to footer
Search

Loading Results

PwC คาดเทคโนโลยีวีอาร์-เออาร์ หนุนจีดีพีโลกโต 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 73

Ploy Ten Kate Brand, Clients and Markets Director, PwC Thailand

PwC คาดเทคโนโลยีวีอาร์-เออาร์ หนุนจีดีพีโลกโต 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 73

กรุงเทพฯ, 29 มกราคม 2563 – PwC คาดเทคโนโลยีเออาร์และวีอาร์จะช่วยขับเคลื่อนจีพีดีโลกในปี 73 ให้เติบโตถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทุกกลุ่มอุตสาหกรรมจะหันมาใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน นำโดยอุตสาหกรรม   ด้านสุขภาพและค้าปลีก นอกจากนี้ ยังคาดว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า เทคโนโลยีทั้ง 2 ประเภทจะส่งผลกระทบต่องานจำนวนกว่า 23 ล้านตำแหน่งทั่วโลก ชี้หากไทยเกิด 5 จี จะช่วยปลดล็อคให้ธุรกิจนำเออาร์และวีอาร์มาใช้อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจค้าปลีก บันเทิง และเกม

นางสาว วิไลพร ทวีลาภพันทอง หุ้นส่วนสายงานธุรกิจที่ปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย เปิดเผยถึงบทวิเคราะห์ Seeing is Believing ซึ่งจัดทำโดยนักเศรษฐศาสตร์ของ PwC ประเทศสหราชอาณาจักรว่า เทคโนโลยีความจริงเสมือน (Virtual Reality: VR) และเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality: AR) มีศักยภาพที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้เติบโตถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2573 จากปัจจุบันที่ 4.64 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพราะทั้งเทคโนโลยีวีอาร์และเออาร์ช่วยสร้างประสบการณ์  ใหม่ ๆ ให้แก่ลูกค้า ไปจนถึงช่วยเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ และปรับปรุงความปลอดภัยภายในสถานที่ทำงานด้วย

นอกจากนี้ เทคโนโลยีทั้ง 2 ประเภทยังเป็นประโยชน์ต่อทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เพราะช่วยทำให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพ    มากขึ้น เสริมศักยภาพของการฝึกอบรม และยังนำเสนอวิธีการใหม่ ๆ ที่จะช่วยสนับสนุนให้คนสามารถทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าว จะส่งผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจดูแลสุขภาพและค้าปลีก

นาย เจเรมี ดาลตัน หัวหน้าสายงานเทคโนโลยีความจริงเสมือนและความเป็นจริงเสริม PwC ประเทศสหราชณาจักร กล่าวว่า:

“ปัจจุบันภาคธุรกิจ เศรษฐกิจ และสังคม กำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการประยุกต์ใช้วีอาร์และเออาร์ เพราะในขณะที่เทคโนโลยีและอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ได้ถูกพัฒนาไปมาก วีอาร์และเออาร์มีศักยภาพในการช่วยขับเคลื่อนการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ และยังช่วยปรับปรุงวิธีการทำงานขององค์กร ทำให้กระบวนการต่าง ๆ รวดเร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยเสริมทักษะความรู้ให้แก่ผู้คน และสร้างประสบการณ์ผู้ใช้งานได้อย่างเหลือเชื่อด้วย”

ทั้งนี้ เมื่อศึกษาถึงข้อมูลเป็นรายประเทศ พบว่า:

  • เทคโนโลยีวีอาร์และวีอาร์จะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาปี 2573 เติบโตได้ถึง 5.37 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นจีดีพีที่เพิ่มขึ้นราว 2.83%
  • เช่นเดียวกับเศรษฐกิจหลักของเอเชียอย่าง สาธารณรัฐประชาชนจีน (1.83 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) และญี่ปุ่น (1.43 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ที่จะได้รับการผลักดัน หรือคิดเป็นจีดีพีที่เพิ่มขึ้นราว 2.09% และ 2.0% ตามลำดับ
  • ในส่วนของเศรษฐกิจในยุโรปอย่าง ฟินแลนด์ (7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เยอรมนี (1.03 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) และอังกฤษ (6.93 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) คาดว่า จะเห็นการเพิ่มขึ้นของจีดีพีในแง่เปอร์เซ็นต์มากที่สุดในปี 2573 ที่ 2.64%, 2.46% และ 2.44% ตามลำดับ

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบเทคโนโลยีทั้ง 2 ประเภท พบว่า เออาร์จะผลักดันให้จีดีพีโลกเติบโตมากที่สุดในปี 2573 หรือคิดเป็นมูลค่าถึง 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จากมูลค่ารวมทั้งสิ้นที่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

PwC ยังคาดการณ์ด้วยว่า วีอาร์และเออาร์จะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญในทศวรรษหน้า โดยปัจจุบันมีงานจำนวนน้อยกว่า 1 ล้านตำแหน่งที่ได้ผลกระทบจากเทคโนโลยีทั้ง 2 ประเภท แต่จะเพิ่มขึ้นเป็น 23 ล้านตำแหน่งในปี 2573 โดยจะส่งผลกระทบมากที่สุดในกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น จีน สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และเยอรมนี

นอกจากนี้ รายงานยังได้สำรวจตัวอย่างการใช้งานของเออาร์และวีอาร์ที่จะช่วยส่งเสริมนวัตกรรมและกำลังผลิตด้วย ดังนี้

  • การประยุกต์ใช้วีอาร์และเออาร์ในธุรกิจดูแลสุขภาพ จะช่วยผลักดันจีดีพีโลกได้ถึง 3.51 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573 ผ่านการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยปัจจุบันมีการนำวีอาร์มาใช้เพื่อช่วยให้นักศึกษาแพทย์เข้าถึงการจำลองการผ่าตัด และช่วยให้คำปรึกษาแบบทางไกลจากสถานที่ที่แตกต่างกัน รวมถึงหารือเกี่ยวกับขั้นตอนการผ่าตัดที่จะเกิดขึ้นได้
  • การใช้งานวีอาร์และเออาร์ในการพัฒนาและฝึกอบรม รวมถึงสนับสนุนการฝึกอบรมในที่ที่ไม่สามารถปฏิบัติการจริงได้ หรือไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ จะช่วยผลักดันจีดีพีโลกให้เติบโตได้ราว 2.94 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573 
  • การใช้งานวีอาร์และเออาร์ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและบริโภค จะช่วยผลักดันจีดีพีโลกให้เติบโตได้ราว 2.04 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573 โดยผู้ค้าปลีกสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าได้ ผ่านการให้ลูกค้าสามารถลองสวมใส่เสื้อผ้าแบบเสมือนจริง หรือใช้แอปพลิเคชันเออาร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเห็นภาพว่า เมื่อวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้น ๆ ที่บ้านของตนแล้วจะออกมาเป็นอย่างไร ก่อนการตัดสินใจซื้อ ทั้งนี้ เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ค้าปลีกเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้ซื้อมากขึ้นผ่านการวิจัยผู้บริโภคขั้นสูง
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ จะช่วยผลักดันจีดีพีโลกให้เติบโตได้ราว 3.59 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573 ผ่านการใช้งานทั้งวีอาร์และเออาร์ โดยทำให้เกิดการทำงานร่วมกันในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง ซึ่งจะช่วยให้องค์กรประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย

ธุรกิจต้องเริ่มนำวีอาร์-เออาร์มาใช้ประโยชน์

นายเจเรมี ดาลตัน กล่าวสรุปว่า:

“สำหรับองค์กรที่อาจจะยังไม่แน่ใจว่าจะนำวีอาร์และเออาร์มาใช้กับธุรกิจอย่างไร ควรหันมาพิจารณาหลาย ๆ ตัวอย่างที่มีอยู่และนำเสนอไว้ในบทวิจัยนี้ ต้องเรียนว่า ถึงเวลาแล้วที่ผู้ประกอบการต้องคิดว่า จะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในการปรับปรุงผลการดำเนินงานของตนอย่างไร หรือจะยอมเสี่ยงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

“องค์กรต้องมองข้ามเรื่องขั้นตอนของการพัฒนาซอฟต์แวร์และมุ่งเน้นไปที่การออกแบบโซลูชันในการแก้ปัญหาทางธุรกิจเฉพาะด้าน ซึ่งเราสามารถนำทั้งวีอาร์และเออาร์มาใช้เพื่อเร่งกระบวนการ ปรับปรุงความปลอดภัย ลดต้นทุน และเปิดประตูไปสู่ช่องทางการทำรายได้ใหม่ ๆ ได้

“ทั้งนี้ความเข้าใจและข้อเสนอแนะในเชิงบวกของโซลูชันทางด้านวีอาร์หรือเออาร์ จะขึ้นอยู่กับความสะดวกสบายและการนำไปใช้งาน ฉะนั้นการสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อจะมีความสำคัญมาก องค์กรอาจจะเริ่มต้นด้วยการมีโปรแกรมนำร่องเล็ก ๆ เพื่อให้เห็นภาพของการใช้งานจริงของเทคโนโลยี จากนั้นติดตามผลโดยการเก็บข้อมูลที่ได้จากข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนต่อไป ซึ่งอาจเป็นเรื่องของการลงทุน หรือเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ไปในทิศทางอื่น หรือปรับเปลี่ยนไปใช้วิธีการอื่นโดยสิ้นเชิง ขอให้จำไว้ว่า ไม่มีคำว่าล้มเหลวตราบใดที่เราได้รับข้อมูลที่ดีขึ้น”

นางสาว วิไลพร กล่าวสรุปว่า “สำหรับประเทศไทย เราพบว่าลูกค้าในหลายอุตสาหกรรมมีการนำวีอาร์และเออาร์เข้ามาประยุกต์ใช้ในธุรกิจ โดยบางรายนำเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาช่วยในงานที่มีความเสี่ยงสูง งานด้านการฝึกอบรม หรืองานทางด้านการแพทย์ อย่างไรก็ดี ต้องยอมรับว่า ขอบเขตของการประยุกต์ใช้ยังอยู่ในวงจำกัด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้อจำกัดเรื่องความเร็วของอินเทอร์เน็ตที่ยังไม่รองรับ อย่างไรก็ดี หากเข้าสู่ยุค 5 จีที่อินเทอร์เน็ตมีความเร็วสูง ทำให้การรับส่งและการประมวลผลข้อมูลเร็วขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่า เราเชื่อว่า จะมีการนำเทคโนโลยีทั้ง 2 ประเภทมาใช้ในแวดวงธุรกิจไทยอย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจค้าปลีก บันเทิง และเกม นี่เป็นกระแสที่เราต้องติดตามกันต่อไปในอนาคตอันใกล้ เพราะการเข้ามาของ 5 จีจะช่วยปลดล็อคศักยภาพของวีอาร์และเออาร์ไปอีกขั้นอย่างแน่นอน”

//จบ//

 

Contact us

Brand, Clients and Markets

Bangkok

Tel: +66 (0) 2844 1000,
Ext. 4713-15, 18, 22-24, 26,28 and 29

Follow us