PwC เผย ไทยพัฒนาการจัดเก็บภาษีดีเยี่ยม ติดอันดับ 70 ของโลกในปี 57 ชี้เทรนด์ปฏิรูประบบภาษีโตต่อ

‘ไทย’ เขยิบจากอันดับที่ 96 ในปีที่ผ่านมา แซงหน้า จีน-อินเดีย-ญี่ปุ่น สู่การเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการจัดเก็บภาษีดีขึ้น จากผลการสำรวจกว่า 189 ประเทศทั่วโลก และเป็นอับดับ 5 ของกลุ่มประเทศ AEC หลังได้อานิสงส์จากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้ของรัฐหนุน

  • กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, กาตาร์, ซาอุฯ แชมป์ประเทศที่มีการจัดเก็บภาษีดีสุดของโลกปีนี้
  • สิงคโปร์, บรูไน, มาเลเซีย นำหน้าประเทศในกลุ่มเออีซี
  • มองเทรนด์ทั่วโลกยังให้ความสำคัญในการปฏิรูประบบภาษีในระยะข้างหน้า เนื่องจากผลกระทบของโลกาภิวัฒน์ การแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นระหว่างประเทศเพื่อหารายได้ภาษี และการเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน (Intangible Assets)

กรุงเทพฯ, 19 ธันวาคม 2556 – PwC ประเทศไทย (ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส) เผยผลการศึกษาล่าสุดระบุ ประเทศไทยติดอันดับ ประเทศที่มีการจัดเก็บภาษีดีขึ้นของโลก (Overall paying taxes ranking) โดยอยู่อันดับที่ 70 ในปีนี้ เขยิบจากอันดับที่ 96 ในปีที่ผ่านมา นำหน้า จีน-อินเดีย-ญี่ปุ่น จากผลการสำรวจกว่า 189 ประเทศทั่วโลก และเป็นอับดับ 5 ของกลุ่มประเทศ AEC หลังได้อานิสงส์จากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้ของรัฐฯหนุน

นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหารและหุ้นส่วน บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวในงานสัมมนาภาษี PwC’s Paying Taxes 2014: The global picture ว่า จากรายงานฉบับใหม่ของ PwC ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลกระบุว่า ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลระหว่างการเพิ่มภาษีรายได้ และการผลักดันให้มีการเติบโตทางธุรกิจ ในขณะที่ภาพรวมของการจัดเก็บภาษีทั่วโลกมีแนวโน้มที่จะลดจำนวนภาษีทั้งหมดที่บริษัทจะต้องจ่ายในอัตราที่ต่ำลง

จากการศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 9 ปี พบว่า อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล (Corporate income taxes) ของโลก ได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ภาษีแรงงาน (Labour taxes) ที่บริษัทต่างๆ รับผิดชอบนั้น ยังคงทรงตัว โดยภาษีแรงงานนี้ยังถือเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดของภาระภาษีทั้งหมด

ผลการศึกษาภาพรวมภาษีทั่วโลกในปีที่ผ่านมา พบว่าโดยเฉลี่ยทั่วโลก บริษัทมีอัตราภาษีรวม (Total Tax Rate) ที่ 43.1% ของผลกำไร โดยชำระภาษีเป็นจำนวน 26.7 ครั้ง (Number of payments) และใช้เวลา 268 ชั่วโมงในการชำระภาษี (Time to comply)

“ระบบภาษีในปัจจุบันของโลกได้มีการพัฒนาจากการแลกเปลี่ยนและซื้อขายสินค้าที่จับต้องได้ในสถานที่ตั้งสินค้า แต่ด้วยสภาวะแวดล้อมทางภาษีระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีปัจจัยผลักดันไม่ว่าจะเป็น โลกาภิวัฒน์ การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นระหว่างประเทศต่าง ๆ เพื่อรายได้ภาษี และการเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์ของบริษัทที่เป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) เช่น ยี่ห้อสินค้า ซอฟท์แวร์ และโนว์ฮาว ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานทางด้านภาษี” นายศิระ กล่าว

“นอกจากนี้ เราจะเห็นได้ว่ารูปแบบของการทำธุรกิจโดยอาศัยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-business) และการค้าข้ามพรมแดน (Cross border trade) มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งปัจจัยต่างๆเหล่านี้ล้วนทำให้สภาวะแวดล้อมทางภาษีระหว่างประเทศมีความซับซ้อน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ระบบภาษีอากรของโลกจะต้องได้รับการปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง และทำให้ขั้นตอนและกฎระเบียบต่างๆ มีความทันสมัย” นายศิระ กล่าว

รายงาน Paying Taxes 2014 ถูกจัดทำขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง PwC และกลุ่มธนาคารโลก โดยทำการศึกษาผ่านการวัดภาษีทั้งหมดที่กำหนดให้ต้องจ่าย รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่บริษัทขนาดกลางจะต้องชำระในแต่ละปี โดยภาษีและค่าใช้จ่ายที่นำมาวัดนี้ ประกอบด้วยภาษีกำไร หรือภาษีเงินได้นิติบุคคล, เงินสมทบทางสังคมและภาษีแรงงานที่นายจ้างจ่าย, ภาษีที่ดิน (Property Tax), ภาษีการโอนที่ดิน, ภาษีเงินปันผล, ภาษีกำไรจากการลงทุน (Capital Gain Tax), ภาษีธุรกรรมทางการเงิน, ภาษีการจัดเก็บขยะ (Waste Collection Tax), ภาษีรถยนต์การใช้ถนน (Vehicle and Road Taxes) รวมไปถึงภาษีหรือค่าธรรมเนียมปลีกย่อยอื่นๆ

ด้าน นายถาวร รุจิวนารมย์ หัวหน้าหุ้นส่วนกรรมการอาวุโส และกรรมการบริหาร สายงานภาษีและกฎหมาย กล่าวถึงสาเหตุที่ไทยได้รับการจัดอันดับให้มีการจัดเก็บภาษีดีขึ้นจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีอัตราภาษีรวมอยู่ที่ 29.8% จำนวนชำระภาษี 22 ครั้ง และใช้เวลาทั้งสิ้น 264 ชั่วโมงในการชำระภาษี ว่าเป็นผลมาจากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้ของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา เช่น การปรับลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% เป็น 23% และภายในสิ้นปี 2556 จะมีการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกครั้ง ซึ่งได้รับโปรดเกล้าฯและจะลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาใช้ภายในไม่กี่วันนี้

“ผลของเมืองไทยโดยรวมในปีนี้ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน โดยเราดูจากอัตราภาษีรวมที่ลดลงมาจาก 37.6% เป็นหลัก ในขณะที่ sub-indicator ตัวอื่นๆ ทั้งในส่วนของจำนวนครั้งที่ชำระภาษีและเวลาการชำระ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง โดยรวมผมมองว่า เป็นที่น่ายินดีที่เราเห็นสัญญาณของการปรับตัวที่ดีขึ้น การปรับลดอัตราภาษีมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างชาติได้ในระดับหนึ่ง แต่ต้องทำด้วยความรอบคอบและเหมาะสมสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ สังคม ฯลฯ ในขณะเดียวกัน สิ่งที่ต้องเร่งทำไปพร้อมๆ กันคือการจะทำอย่างไรให้ผู้จ่ายภาษีมีความสะดวกและเข้าถึงระบบการจ่ายภาษีได้ง่าย รวมทั้งภาครัฐฯ ต้องมีมาตรการหรือหาแรงจูงใจเพื่อให้ผู้เสียภาษีอยากจ่ายภาษี และทำอย่างถูกต้องและมีความสม่ำเสมอ” นายถาวร กล่าว

ขณะนี้หลายๆ ประเทศทั่วโลกได้หันมาให้ความสนใจ และดำเนินการด้านต่างๆ เพื่อปฏิรูประบบภาษีอย่างต่อเนื่อง โดยผลจากการศึกษาระบบภาษีใน 189 ประเทศ พบว่า การปฏิรูประบบภาษีอากรที่ใช้กันมากในช่วงระยะเวลาสามปีติดต่อกัน คือการนำระบบการยื่นเสียภาษีออนไลน์ (Online filing) มาใช้เพื่อให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากร แต่ในขณะเดียวกัน ภาระหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอากร (เวลาในการชำระภาษี และจำนวนงวดภาษีที่ต้องจ่าย) ยังคงลดลงในปี 2555 แต่ลดลงในอัตราที่ต่ำลง

“การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีอากรทางอิเล็กทรอนิกส์ จะช่วยให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีใน 76 ประเทศที่นำระบบนี้มาใช้แล้ว สามารถยื่นแบบฯ ได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมคุณภาพของการบริการของภาครัฐให้เกิดความโปร่งใส และยังช่วยขยายให้ฐานภาษีกว้างขึ้น ซึ่งเป็นการพัฒนาที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับระบบเศรษฐกิจมหภาค” เขา กล่าว

นอกจากนี้ ไทยยังถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 5 จากประเทศในกลุ่มเออีซี รองจาก , บรูไน, มาเลเซีย และกัมพูชา

ภาพรวมภูมิภาค

ในส่วนของภาพรวมภาษีของในแต่ละภูมิภาค (Regional picture) นายศิระกล่าวว่า “ทวีปเอเชียกลาง และยุโรปตะวันออก เป็นกลุ่มประเทศที่มีการปฏิรูปภาษีมากที่สุด โดยมีอัตราเฉลี่ยของเวลาในการชำระภาษีอยู่ที่ 220 ชั่วโมง มีจำนวนในการชำระภาษีอยู่ที่ 25.1 ครั้ง และยังมีอัตราภาษีรวมลดต่ำลงมากที่สุดด้วย ที่ 15.7%

ในขณะที่กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีระบบภาษีที่ยุ่งยากน้อยที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยจากตัวชี้วัดทั้งสามด้าน คืออัตราภาษีรวม, เวลาการชำระภาษี และจำนวนครั้งที่ชำระ คงที่ต่อเนื่องกันตลอดช่วงระยะเวลาที่ทำการศึกษา

ในขณะที่ประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ (แคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา) มีระบบภาษีที่แตกต่างกันทั่วภูมิภาค แต่มีการยื่นเสียภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด และในส่วนของทวีปอเมริกาใต้นั้น พบว่าใช้เวลาในการชำระภาษีนานที่สุด แม้จะมีการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้ในการยื่นชำระภาษีแล้วก็ตาม

--- จบ ---

ข้อความถึงบรรณาธิการ:

ท่านสามารถ download รายงานฉบับเต็มได้ทาง http://www.pwc.com/en_GX/gx/paying-taxes/index.jhtml.

วิธีการสำรวจ

รายงานฉบับนี้ จัดทำโดยเก็บผลสำรวจจากบริษัทขนาดกลางใน 189 ประเทศทั่วโลก โดยใช้เกณฑ์ในการชี้วัดจากค่าเฉลี่ยทั้งสามด้าน ได้แก่ อัตราภาษีรวม (Total Tax Rate (%)) เวลาการชำระภาษี (Time to comply (hours)) และจำนวนครั้งที่ชำระ (Number of payments)

อนึ่ง Press Release ฉบับนี้ถูกจัดทำขึ้นโดย PwC ประเทศไทย เท่านั้น

เกี่ยวกับ PwC

PwC (ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส) หนึ่งในเครือข่ายบริษัทผู้ให้บริการด้านตรวจสอบบัญชี บริการให้คำปรึกษาด้านภาษี และบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจรายใหญ่ของโลก มีเครือข่ายไปใน 157 ประเทศทั่วโลก และมีพนักงานมากกว่า 184,000 คน ในส่วนของ PwC ประเทศไทย บริษัทถูกก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2502โดยมีบทบาทในการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่ธุรกิจไทยมานานกว่า 50 ปี บริษัทผสมผสานประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถในการทำงานกับลูกค้าข้ามชาติ ผนวกกับความเข้าใจตลาดภายในประเทศเป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ชื่อเสียงของ PwC เป็นที่ยอมรับและได้รับความไว้วางใจจากภาคธุรกิจต่างๆ โดยปัจจุบัน มีพนักงานกว่า 1,300 คนในประเทศไทย

Click here for English version

กลับขึ้นด้านบน