PwC โชว์รายได้ปี 2555 ทะลุ 3.15 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

ตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งในอุตสาหกรรม ทั้งสามธุรกิจ คาดสัดส่วนรายได้จาก developing market เพิ่มเป็น 40% ในปี 2560

PwC เผยรายได้งวดปี 2555 ทำสถิติใหม่ โต 8% จากปีก่อน ชี้อเมริกา ตอ.กลาง แอฟริกา เติบโตแข็งแกร่ง ส่วนยุโรปยังโตต่อแม้มีวิกฤตหนี้ พร้อมเผยจ้างพนักงานใหม่กว่า 2 หมื่นคนทำให้ยอดพนักงานทั่วโลกพุ่งกว่า 180,000 คน

กรุงเทพฯ, 8 ตุลาคม 2555 – PwC (ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส) บริษัทผู้ให้บริการทางด้านการตรวจสอบบัญชี บริการให้คำปรึกษาทางด้านภาษี และบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจรายใหญ่ของโลก เปิดเผยถึงผลการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัททั่วโลกในรอบปี 2555 (สิ้นสุด ณ 30 มิถุนายน 2555) ว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 3.15 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นอัตราเติบโตร้อยละ 8 ถือเป็นรายได้รวมสูงสุดเท่าที่เคยมีมา และเป็นครั้งแรกที่รายได้รวมของบริษัททะลุสามหมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ผลประกอบการของบริษัทในภูมิภาคหลักมีการเติบโตทั้งหมด ได้แก่ ตะวันออกกลางและแอฟริกา (ร้อยละ 14.6) อเมริกาเหนือและแคริบเบียน (ร้อยละ 13.4) อเมริกากลางและอเมริกาใต้ (ร้อยละ 12.9) ยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก (ร้อยละ 8.3) และ เอเชีย (ร้อยละ 7.9) อีกทั้งมียังการเติบโตในทุกสายธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมต่างๆ

นาย เดนนิส แนลลี่ ประธาน บริษัท PricewaterhouseCoopers International Ltd กล่าวถึงความสำเร็จของการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาว่า “ความสามารถของเราในการเพิ่มรายได้ในทุกๆตลาดหลัก ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่ท้าทายของเศรษฐกิจโลก ถือเป็นบทพิสูจน์ความไว้วางใจของลูกค้า ที่มีต่อคุณภาพและบริการของ PwC รวมถึง ความรู้ความสามารถของบุคลากร และความเข้มแข็งของเครือข่าย PwC ทั้งหมด”

ในส่วนของรายได้จากตลาดที่กำลังพัฒนา (Developing markets) อย่าง ตะวันออกกลางและแอฟริกา ที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึงประมาณร้อยละ 15 นาย แนลลี่กล่าวว่า ถือเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และการเพิ่มการลงทุนในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ของเครือข่าย PwC ขณะเดียวกัน PwC ในเอเชีย ก็ยังรักษาการเติบโตของรายได้รวมที่แข็งแกร่งไว้ที่ประมาณร้อยละ 8

ในปัจจุบัน รายได้จากตลาดที่กำลังพัฒนาคิดเป็นร้อยละ 20 ของรายได้รวมทั่วโลกของPwC และภายในปี 2560 บริษัทคาดว่าจะสามารถเพิ่มสัดส่วนรายได้จากตลาดนี้เป็นร้อยละ 40 ได้

นาย ศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหารและหุ้นส่วน PwC ประเทศไทย กล่าวว่า ไทยถือเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย PwC ที่มีบทบาทสำคัญที่ทำให้รายได้รวมของบริษัทในเอเชียเติบโตกว่า 3.7 พันล้านเหรียญฯ

“เราจะขับเคลื่อนองค์กรให้ไปในทิศทางเดียวกันกับเครือข่ายของ PwC ระดับโลกต่อไป โดยจะรักษาความผู้นำในอุตสาหกรรม และในขณะเดียวกันจะมองหาโอกาสใหม่ๆในการขยายฐานลูกค้าภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก แม้ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าส่วนใหญ่ของ PwC ในไทยจะยังอยู่ในกลุ่มบริษัทข้ามชาติ องค์กรขนาดใหญ่ และ รัฐวิสาหกิจ,” นาย ศิระกล่าว

นอกเหนือไปจากความมุ่งมั่นในการเพิ่มรายได้ของบริษัท PwC ยังให้ความสำคัญกับการเป็นองค์กรที่ลงทุนในเรื่องการพัฒนาผู้นำ โดยจะเห็นได้จากปีงบประมาณที่ผ่านมา เครือข่าย PwC ทั่วโลกได้มีการว่าจ้างบัณฑิตใหม่รวมกันจำนวนถึง 20,500 คน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และส่งผลให้ PwC เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีการว่าจ้างบัณฑิตเป็นบุคลากรที่ใหญ่ที่สุดจากทั่วโลก และในอนาคต PwC ยังมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนพนักงานที่ให้บริการด้านวิชาชีพให้มากขึ้นเป็นลำดับ

ในปีงบประมาณ 2555 ที่ผ่านมา เครือข่ายบริษัทของ PwC ได้ว่าจ้างบุคลากรเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เป็นมากกว่า 180,000 คนเป็นครั้งแรก จากปีก่อนที่ประมาณ 168,000 คน นาย แนลลี่ กล่าวเสริม ว่า “เรากำลังอยู่ท่ามกลางภาวะที่เศรษฐกิจโลกกำลังปรับฐานและหาจุดสมดุล โดยการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในตลาดที่กำลังพัฒนาจะยังคงขยายตัวนำหน้าตลาดเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว ฉะนั้น การเปลี่ยนแปลงนี้ยิ่งทำให้เราต้องมีบุคลากรที่มีทักษะ ความสามารถ และมั่นใจได้ว่าจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกเมื่อที่ต้องการ”

สำหรับการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมและสายธุรกิจ แบ่งเป็น ธุรกิจตรวจสอบบัญชี มีอัตราการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เป็น 1.49 หมื่นล้านเหรียญฯ โดยการเติบโตที่แข็งแกร่งของสายธุรกิจตรวจสอบบัญชีซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก มีความสำคัญยิ่ง ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงของตลาดธุรกิจตรวจสอบบัญชี

ในปีงบประมาณที่ผ่านมา บริษัทได้มีการเพิ่มการลงทุนอย่างต่อเนื่องในการสนับสนุนและพัฒนาบริการการตรวจสอบบัญชีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และความทันสมัย รวมทั้งตอบสนองความต้องการของนักลงทุน และตลาดทุนได้ดียิ่งขึ้น

ในส่วนของ ธุรกิจที่ปรึกษา ยังมีการขยายตัวที่แข็งแกร่งโดยมีรายได้รวมสูงขึ้นถึงร้อยละ 17 เป็น 8.7 พันล้านเหรียญฯ อันเนื่องมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในบริการให้คำปรึกษา (Consulting services) โดยลูกค้าเล็งเห็นถึงความสามารถของบริษัทที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่นับวันยิ่งทวีความซับซ้อนมากขึ้น ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของธุรกิจ Consulting เริ่มตั้งแต่เรื่องของกลยุทธ์ไปจนถึงการปฏิบัติการ

นอกจากนี้ รายได้รวมของสายงานธุรกิจที่ปรึกษาทางด้านภาษี ก็ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากงวดปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 เป็น 7.9 พันล้านเหรียญฯ จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในบริการให้คำปรึกษาด้านการจัดการความเสี่ยง ความท้าทายต่างๆในประเด็นเรื่องของการปฏิบัติตามหลักภาษี (Tax compliance) การสอบรายได้จากภาษีอากร และบัญชีภาษี (Tax accounting) นอกจากนี้ บุคลากรทางด้านภาษีของ PwC ยังตื่นตัวในการให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าในเรื่องผลและความเสี่ยงของภาษี ในช่วงที่ธุรกิจและองค์กรต่างๆกำลังมีการปรับตัวในการดำเนินธุรกิจของตน ให้เข้ากับยุคโลกาภิวัตน์และห่วงโซ่อุปทานที่เปลี่ยนแปลงไป

“เป้าหมายของเรายังคงไม่เปลี่ยนแปลง,” นาย แนลลี่กล่าว “นั่นคือ เรามุ่งมั่นที่จะเป็นเครือข่ายผู้ให้บริการคุณภาพระดับโลก ความตั้งใจของเราไม่ได้อยู่ที่การเป็นที่รู้จักในฐานะบริษัทขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่นั่นรวมถึงคุณภาพของงานที่เรามอบให้ ความสามารถของบุคลากร และความเข้มแข็งในชื่อเสียงระดับสากลของเรา,” เขากล่าว

เกี่ยวกับ PwC

PwC (ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส) เครือข่ายบริษัทผู้ให้บริการทางด้านตรวจสอบบัญชี บริการให้คำปรึกษาทางด้านภาษี และบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจรายใหญ่ของโลก มีเครือข่ายไปใน 158 ประเทศทั่วโลก และมีพนักงานมากกว่า 180,000 คน สำหรับ PwC ประเทศไทย บริษัทถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2502 โดยมีบทบาทในการช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่ธุรกิจไทยมานานกว่า 50 ปี บริษัทผสมผสานประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถในการทำงานกับลูกค้าข้ามชาติ ผนวกกับความเข้าใจตลาดภายในประเทศเป็นอย่างดี สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ชื่อเสียงของ PwC เป็นที่ยอมรับและได้รับความไว้วางใจจากภาคธุรกิจต่างๆ โดยปัจจุบัน มีพนักงานกว่า 1,350 คนในประเทศไทย

Click here for English version

กลับขึ้นด้านบน