PwC เผยผลสำรวจ APEC ซีอีโอ ชี้ความเสี่ยงศก.โลกส่งผลต่อแนวโน้มธุรกิจในเอเชียแปซิฟิก

‘ซีอีโอ’ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังมั่นใจในการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว แต่เรียกร้องให้ผู้นำประเทศตื่นตัวในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ข้อบังคับต่างๆให้สอดคล้องกัน รวมไปถึงนโยบายการลงทุน และการเคลื่อนย้ายแรงงาน นอกจากนี้ ซีอีโอยังมีการปรับตัวในด้านบวกเพื่อแก้ปัญหาเรื่องน้ำ และ การขาดแคลนพลังงาน

วลาดิวอสต็อก, 4 กันยายน 2555 – ความกังวลเรื่องของภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐอเมริกา ปัญหาวิกฤตหนี้ในยุโรปและการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอลงในจีน ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่มีผลต่อความมั่นใจของเหล่าบรรดาซีอีโอในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

PwC (ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส) เผยผลสำรวจซีอีโอในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกล่าสุด ในการประชุม Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) ประจำปี 2555 ณ เมือง วลาดิวอสต็อก ประเทศรัสเซีย พบว่า มีซีอีโอที่ทำการสำรวจเพียงร้อยละ 36 ที่แสดงความมั่นใจมากต่อการเติบโตของรายได้ทางธุรกิจ (Revenue growth) ในระยะ 12 เดือนข้างหน้า แต่ในขณะเดียวกัน ซีอีโอร้อยละ 54 ก็แสดงความเชื่อมั่นว่า การเติบโตของธุรกิจของตนน่าจะมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นได้ในระยะยาว ช่วง 3-5 ปีข้างหน้า

นาย ศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหารและหุ้นส่วน PwC ประเทศไทย กล่าวว่า บรรดาซีอีโอในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังเชื่อว่า ประเทศต่างๆในภูมิภาคจะสามารถบรรลุเป้าหมายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักของการประชุมความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ได้ ซีอีโอเกือบครึ่งยังให้ความเห็นว่า การลดอุปสรรคการกีดกันทางการค้าในภาคบริการต่างๆ จะเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่ความร่วมมือกันมากขึ้นในกลุ่มประเทศสมาชิก APEC 21 ประเทศ

นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูง ยังเรียกร้องให้ผู้นำทางการเมืองในกลุ่มประเทศสมาชิก APEC ประสานความร่วมมือกัน อันจะทำให้เกิดการใช้กฎระเบียบข้อบังคับอย่างสอดคล้องกันทั่วทั้งภูมิภาค และสนับสนุนให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงาน และการลงทุนอย่างเสรี

“บรรดาซีอีโอในเอเชียแปซิฟิก มองปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของธุรกิจมากที่สุด ได้แก่ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นไปกว่า $150 ต่อบาร์เรล ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐอเมริกา ความกังวลเรื่องการล่มสลายของระบบยูโรโซน และอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของจีนต่ำกว่า 7.5% ตลอดจนปัจจัยอื่นๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาชญากรรมทางอินเตอร์เน็ต (Cyber attack) โรคระบาด และ ภัยธรรมชาติ,” นาย ศิระ กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายศิระกล่าวว่า ซีอีโอในภูมิภาคยังมองว่าจีนและสหรัฐอเมริกาจะยังเป็นเป้าหมายหลักของการลงทุนในช่วงสามถึงห้าปีข้างหน้า นอกจากนี้ประเทศต่างๆอย่าง รัสเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และเมืองเศรษฐกิจหลักที่มีจุดแข็งทางภาคบริการในภูมิภาคเอเชีย อย่าง ฮ่องกง และ ญี่ปุ่น ก็ยังเป็นแหล่งดึงดูดเงินลงทุนที่สำคัญอีกด้วย

ขณะเดียวกัน ผลด้านบวกที่สะท้อนให้เห็นจากความเชื่อมั่นของเหล่าบรรดาซีอีโอคือแผนการจ้างงาน โดยผู้บริหารร้อยละ 40 มีแผนที่จะขยายจำนวนบุคลากรและจ้างพนักงานที่มีศักยภาพและความสามารถสูง เพิ่มขึ้นอย่างน้อยร้อยละ 5 ต่อปี ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า แต่ในขณะเดียวกันซีอีโออีกร้อยละ 42 มองว่าปัญหาการขาดแคลนบุคลากร (Talent shortages) ในภูมิภาคก็จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงเดียวกัน

ซีอีโอในภูมิภาคนี้ยังคงให้ความสำคัญต่อการจัดหาบุคลากรเป็นอันดับต้นๆ ดังนั้นสิ่งจูงใจที่ซีอีโอต่างใช้ในการแสวงหาพนักงานที่มีประสิทธิภาพเข้าทำงานในอนาคต คือการกำหนดค่าตอบแทนที่มีความน่าดึงดูดมากขึ้น โปรแกรมการฝึกงานและสวัสดิการพนักงานที่มีประสิทธิภาพ รวมไปถึง โอกาสการฝึกงานในต่างประเทศ

“การแก้ปัญหาในประเด็นต่างๆที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังเผชิญอยู่ให้เกิดความก้าวหน้านั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เวที APEC จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ ก็ต่อเมื่อเราเห็นความก้าวหน้าที่แท้จริงของประเด็นสำคัญต่างๆ เช่น การบังคับใช้กฎระเบียบข้อบังคับของชาติต่างๆ ให้สอดคล้องกันและการสนับสนุนให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานต่างๆในภูมิภาค APEC ด้วยกัน,” นาย เดนนิส แนลลี่ ประธาน บริษัท PricewaterhouseCoopers International Ltd กล่าว

ในเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซีอีโอมากกว่าร้อยละ 75 เล็งเห็นความสำคัญของการใช้ เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green technology) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ โดยเกือบร้อยละ 60 กล่าวว่า องค์กรของตนมีการนำเอาเทคนิคการอนุรักษ์น้ำมาใช้ ในขณะที่ร้อยละ 27 มีแผนที่จะผลิตพลังงานทดแทนใช้เองใน 3-5 ปีข้างหน้าเพื่อบริหารการใช้พลังงานและต้นทุนอันเกิดจากไฟฟ้า

ผลการสำรวจอื่นๆ มีดังนี้

  • ซีอีโอในเอเชียแปซิฟิกเกือบร้อยละ 60 เห็นความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการปรับปรุงการใช้เทคโนโลยีของตน เช่น การประมวลผลทางด้าน IT ที่อิงกับความต้องการของผู้ใช้ (Cloud computing) อุปกรณ์ดิจิตัล และสื่อสังคมออนไลน์ (Social media) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และพนักงานของตน
  • ซีอีโอมากกว่าร้อยละ 50 กล่าวว่าประเด็น เรื่องการเข้าถึงกลุ่มทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถ (Talent pool) และ การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา เป็นปัญหาทางด้านนวัตกรรม (Innovation) ที่สำคัญที่สุด
  • ซีอีโอร้อยละ 73 คาดว่าการปรับปรุงทางด้านโครงสร้างพื้นฐานจะยังดำเนินต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคมนาคมขนส่ง และการบำบัดน้ำ

บรรดาซีอีโอยังมองว่า หน้าที่สำคัญของ APEC ควรมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนให้มีการลงทุนในภูมิภาคอย่างเสรี การบังคับใช้กฎระเบียบข้อบังคับและมาตรฐานของประเทศสมาชิกอย่างสอดคล้อง การทำวิจัยเชิงสำรวจ และเชิงคุณภาพให้เห็นมิติทางด้านประชากร เศรษฐกิจ สังคม (Skill mapping) เพื่อช่วยลดข้อจำกัดในการอพยพย้ายถิ่นฐาน ในท้ายที่สุด ซีอีโอประมาณร้อยละ 40 ยังมองว่า กรอบความตกลงทางการค้า จากทั้ง ประชาคมอาเซียน (APEC) และความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิก (Trans-Pacific Partnership) มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจของตนได้

ข้อความถึงบรรณาธิการ

ท่านสามารถ download รายงานผลสำรวจฉบับเต็มได้ทาง www.pwc.com/th

เกี่ยวกับ PwC

PwC (ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส) หนึ่งในเครือข่ายบริษัทผู้ให้บริการทางด้านตรวจสอบบัญชี บริการให้คำปรึกษาทางด้านภาษี และบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจรายใหญ่ของโลก เป็นองค์กรชั้นนำที่เกิดจากการรวมกิจการระหว่างบริษัทที่ปรึกษาขนาดใหญ่ของโลกสองบริษัท อันได้แก่ ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์ และ คูเปอร์ส แอนด์ ไลแบรนด์ ปัจจุบัน บริษัทมีพนักงานมากกว่า 169,000 คน และมีเครือข่ายไปใน 158 ประเทศทั่วโลก

เกี่ยวกับ APEC

ความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (The Asia-Pacific Economic Cooperation: APEC) ก่อตั้งขึ้นจากการประชุมระดับรัฐมนตรีของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปี พ.ศ. 2532 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการค้าของภูมิภาคและของโลก พัฒนาและส่งเสริมระบบการค้าในระดับพหุภาคี ส่งเสริมการเปิดเสรีการค้าในภูมิภาคในลักษณะที่มิใช่การรวมกลุ่มทางการค้าที่กีดกันประเทศนอกกลุ่ม ลดอุปสรรค และอำนวยความสะดวกด้านการค้าสินค้า บริการและการลงทุนระหว่างสมาชิกให้เป็นไปโดยเสรี เป้าหมายของ APEC คือ การร่วมกันทางเศรษฐกิจเพื่อสร้างความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับภูมิภาคและโลก สมาชิกแรกเริ่มในปี 2532 มีสมาชิก 12 รายได้แก่ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ และไทย ในปัจจุบัน APEC มีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 21 ราย ซึ่งมีระบบเศรษฐกิจรวมกัน คิดเป็นร้อยละ55 ของ GDP ทั่วโลก

ทั้งนี้ การประชุมสุดยอด APEC 2012 มีขึ้นระหว่างวันที่ 7-8 กันยายน 2555 ณ เมือง วลาดิวอสต็อก ประเทศรัสเซีย

วิธีการสำรวจ

ผลสำรวจ APEC CEO Survey 2012 ดำเนินการโดย PwC International Survey Unit จัดทำขึ้นระหว่างเดือน มิถุนายน- สิงหาคม 2555 โดยทำการเก็บข้อมูลจาก ซีอีโอและผู้นำในอุตสาหกรรมชั้นนำ จำนวน 376 คนในภูมิภาค รวมไปถึงกลุ่มประเทศสมาชิก APEC ทั้งหมด 21 ประเทศ

Click here for English version

กลับขึ้นด้านบน