PwC ประเทศไทย แต่งตั้งซีอีโอคนใหม่ พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

นายศิระ อินทรกำธรชัย วางเป้าหมายรักษาความเป็นอันดับหนึ่งทางธุรกิจเฉกเช่นเดียวกับเครือข่ายของ PwC ทั่วโลก ในช่วง 4 ปีข้างหน้า ชี้ธุรกิจไทยต้องมองให้ไกลกว่าการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน



กรุงเทพฯ – 2 กรกฎาคม 2555 – PwC ประเทศไทย หนึ่งในเครือข่ายบริษัทผู้ให้บริการทางด้านการตรวจสอบบัญชี บริการการให้คำปรึกษาทางด้านภาษี และบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจรายใหญ่ของโลก ประกาศแต่งตั้งนายศิระ อินทรกำธรชัย เข้าดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารคนใหม่แทนนายประสัณห์ เชื้อพานิช ที่ได้ครบวาระเกษียณ หลังจากร่วมงานกับบริษัทมากว่า 37 ปี

การแต่งตั้งดังกล่าว มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม เป็นต้นไป โดยนายศิระได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสูงสุด จากมติที่ประชุมใหญ่หุ้นส่วนสำนักงานเกือบ 40 คน โดยจะมีวาระในการดำรงตำแหน่งทั้งสิ้น 4 ปี

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก ที่ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้นำองค์กรของ PwC ประเทศไทย” นายศิระ กล่าว “ในช่วง 4 ปีหลังจากนี้ไป เป้าหมายที่ชัดเจนของเรามาโดยตลอดคือการขับเคลื่อนองค์กรให้ไปในทิศทางเดียวกัน PwC ประเทศไทยจะรักษาความเป็นอันดับหนึ่งเฉกเช่นเดียวกับเครือข่ายของ PwC ทั่วโลก”

“ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของ PwC ประเทศไทย เรามีความพร้อมที่จะช่วยลูกค้าก้าวผ่านสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน รวมทั้งเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งการของการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ให้บริษัทไทยมีศักยภาพ และมี กลไกการทำงานและความพร้อมที่จำเป็นสำหรับการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นเวทีระดับภูมิภาค หรือระดับโลก” นายศิระ กล่าว

ก่อนเข้ารับตำแหน่งผู้บริหาร นายศิระทำหน้าที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) ของกลุ่มบริษัทPwC ครอบคลุมประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันได้แก่ ไทย มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชาและลาว รวมทั้ง ยังดำรงตำแหน่งเป็น Country Leader ของ PwC กัมพูชา ทั้งนี้ นายศิระได้เข้ารับตำแหน่งหุ้นส่วน (Partner) ของบริษัทมาตั้งแต่ปี 2543

นายประสัณห์ เชื้อพานิช อดีตประธานกรรมการบริหารของ PwC ประเทศไทย ที่หมดวาระไป เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน กล่าวว่า “พวกเรารู้สึกยินดีกับบทบาทใหม่ของคุณศิระ ศิระเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นในการทำงานและมีผลงานที่โดดเด่นมาโดยตลอด ทั้งหมดถือเป็นเครื่องพิสูจน์ในความสามารถและความเป็นผู้นำในการบริหารองค์กรขนาดใหญ่”

นายศิระ ยังกล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการบริหารองค์กรในอีก 4 ปีข้างหน้าว่า แม้ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าส่วนใหญ่ของ PwC ประเทศไทยที่ให้บริการ จะอยู่ในกลุ่มบริษัทข้ามชาติ องค์กรขนาดใหญ่ และ รัฐวิสาหกิจ แต่ในขณะเดียวกันบริษัทจะมองหาโอกาสใหม่ๆในการขยายฐานลูกค้าภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจองค์กรไทยขนาดกลางและขนาดเล็ก (Emerging Companies) โดยจะเข้าไปช่วยธุรกิจนั้นๆให้ได้ใช้ประโยชน์ ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์การทำงานกับลูกค้าข้ามชาติ ผนวกกับความเข้าใจตลาดในประเทศเป็นอย่างดี ที่บริษัทมี

“การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC เป็นตัวจุดชนวนให้ทุกคนต้องตื่นตัว แต่ End game ที่เราต้องตอบโจทย์ให้ได้ คือศักยภาพในการแข่งขันของแต่ละธุรกิจว่าพร้อมหรือไม่” นายศิระ กล่าว “ไม่ว่าจะมี AEC หรือไม่ บริษัทไทยก็ควรจะต้องพัฒนาขีดความสามารถให้ทัดเทียมกับคู่แข่ง ในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงคุณภาพสินค้าและบริการของตัวบริษัทเองเท่านั้น แต่รวมถึงความพร้อมทางด้าน Back Office Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับส่วนงานภายในองค์กร) ไม่ว่าจะเป็น การจัดวางโครงสร้างภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสม และการจัดการทางการเงินอย่างมีระบบ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ PwC เองมีความพร้อม และความรู้ ความสามารถ เราอยากจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งความสำเร็จของลูกค้าซึ่งนั่นหมายถึงการช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ประเทศชาติได้พัฒนาการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป” นายศิระ กล่าว

นอกจากนี้ PwC ประเทศไทย ยังมุ่งที่จะมองหาโอกาสทางธุรกิจกับลูกค้าที่ต้องการระดมทุนในตลาดทุน การควบรวมกิจการและการจดทะเบียนหลักทรัพย์ระหว่างประเทศ (Cross-border trading) ซึ่งคาดว่าจะมีความต้องการเพิ่มขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า สืบเนื่องจากการโครงการเชื่อมโยงทางการค้าหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Asean Linkage) ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมปีนี้

นายศิระ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการของสมาคมศิษย์เก่า คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสมาชิกของสภาวิชาชีพบัญชีในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังดำรงตำแหน่งเป็นคณะอนุกรรมการกลั่นกรองมาตรฐานบัญชี ของสภาวิชาชีพบัญชีอีกด้วย
 

Click here for English version

กลับขึ้นด้านบน