เผย CEO ทั่วโลก เชื่อธุรกิจ 1 ปีหน้ายังฟุบ เหตุ “วิกฤตยูโรโซน-ศก.จีนแผ่ว”


Source - www.isranews.org

โดย สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย (ISRA Institute Thai Press Development Foundation)


เมื่อวันที่ 4 ก.ย. บริษัท พีดับบลิวซี (PwC-PricewaterhouseCoopers) ประเทศไทย จำกัด หนึ่งในเครือข่ายบริษัทผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบบัญชี บริการให้คำปรึกษาทางด้านภาษี และบริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจรายใหญ่ของโลก ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นซีอีโอบริษัทต่างๆ จำนวน 376 คน ใน 40 ประเทศ รวมถึงประเทศในกลุ่มสมาชิกเอเปค ทั้ง 21 ประเทศ ระหว่างเดือน มิ.ย.-ส.ค.2555 เพื่อนำไปใช้ในการเผยแพร่ระหว่างการประชุมเอเปค ซีอีโอ ซัมมิต (APEC CEO Summit) ประจำปี 2555 ที่จัดขึ้นในเมือง วลาดิวอสต็อก ประเทศรัสเซีย

โดยนายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหารและหุ้นส่วนบริษัท พีดับบลิวซี ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ผลสำรวจมีซีอีโอเพียงร้อยละ 36 ที่มั่นใจว่าธุรกิจของตัวเองมีแนวโน้มจะดีขึ้นในระยะ 12 เดือน โดยร้อยละ 54 มองว่าจะดีขึ้นในระยะยาว คือ 3-5 ปีมากกว่า โดยมองว่าปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการเจริญเติบโตทางธุรกิจมากที่สุด ได้แก่ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงกว่า 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐอเมริกา ความกังวลต่อการล่มสลายของระบบยูโรโซน และอัตราเติบโตเศรษฐกิจของจีนที่ต่ำกว่าร้อยละ 7.5

นายศิระ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ซีอีโอเอเชียแปซิฟิคยังมองว่า จีนและสหรัฐอเมริกา จะเป็นเป้าหมายหลักในการลงทุน ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ขณะที่ประเทศอื่นๆ อย่างรัสเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย ฮ่องกง และญี่ปุ่น ยังเป็นแหล่งดึงดูดเงินลงทุนอยู่

นายศิระ ยังกล่าววว่า ผู้บริหารร้อยละ 40 ยังมีแผนที่จะขยายจำนวนบุคลากรและจ้างงานพนักงานที่มีศักยภาพสูงเพิ่มขึ้น อย่างน้อยร้อยละ 5 ต่อปี ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า แม้ร้อยละ 42 จะกังวลต่อการขาดแคลนบุคลากรที่มีศักยภาพสูงก็ตาม จึงวางแผนที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะการกำหนดค่าตอบแทนที่ดึงดูดมากขึ้น รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพของสวัสดิการและเปิดโอกาสให้มีการฝึกงานในต่างประเทศ

ผลโพลล์ยังระบุว่าซีอีโอส่วนใหญ่ใส่ใจเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยนายศิระ กล่าวว่า ร้อยละ 70 เห็นความสำคัญของการใช้กรีนเทคโนโลยี ร้อยละ 60 จะนำเทคนิคการอนุรักษ์น้ำมาใช้ ร้อยละ 27 มีแผนจะผลิตพลังงานทดแทนใช้เอง “นอกจากนี้ ซีอีโอร้อยละ 60 ยังเห็นความสำคัญในการปรับปรุงการใช้เทคโนโลยีของตน เช่น การประมวลผลด้านไอที การใช้อุปกรณ์ดิจิตัลหรือสื่อสังคมออนไลน์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและพนักงานของตน” นายศิระกล่าว

กลับขึ้นด้านบน