กสทช.ปิดประมูลใบอนุญาตระบบ 3G, ราคาประมูลทั้ง 9 สลอต อยู่ที่ 4.16 หมื่นลบ

Source - รอยเตอร์ ข่าวภายในประเทศ (Th)

โดย กชกร บุญลาย เรียบเรียง 
 

กรุงเทพฯ, 16 ต.ค. -- คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ปิดการประมูลใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G ย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ์ (GHz) แล้ว โดยราคาประมูลใบอนุญาตทั้ง 9 สลอต อยู่ที่ราว 4.16 หมื่นล้านบาท

ในวันนี้ กสทช.ได้เปิดประมูลใบอนุญาตโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G เริ่มตั้งแต่ เวลา 10.00 น. มาสิ้นสุดที่เวลา 16.00 น. โดยมีการแข่งขันกันเสนอราคา 7 รอบ ใช้เวลารวม 6 ชั่วโมง

สำหรับผู้เข้าร่วมประมูลครั้งนี้มี 3 ราย คือบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ในกลุ่มบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส, บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค ในกลุ่ม บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ ในกลุ่ม บมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น

กสทช.แบ่งคลื่นความถี่ 3G ย่าน 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เป็น 9 สลอต คือ A B C D E F G H I

โดยรายงานตัวเลขการเสนอราคาประมูลใบอนญาต ของกสทช.ระบุว่า สลอตที่มีราคา สูงสุดมีจำนวน 2 สลอต คือ E และ H อยู่ที่ 4.95 พันล้านบาท รองลงมา คือ สลอต A ราคา อยู่ที่ 4.72 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือ 6 สลอต ไม่มีการเสนอราคา ทำให้ราคาสิ้นสุดอยู่ที่ ราคาเริ่มต้น คือที่ 4.5 พันล้านบาท

สำหรับรายละเอียดการเสนอราคานั้น สลอต A ราคาอยู่ที่ 4.72 พันล้านบาท มีการเคาะราคา 2 ครั้ง, สลอต B ราคาอยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท เคาะราคา 1 ครั้ง, สลอต C ราคาอยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท เคาะราคา 1 ครั้ง

สลอต D ราคาอยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท เคาะราคา 1 ครั้ง, สลอต E ราคาอยู่ที่ 4.95 พันล้านบาท มีการเคาะราคา 3 ครั้ง, สลอต F ราคาอยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท เคาะ ราคา 1 ครั้ง สลอต G ราคาอยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท เคาะราคา 1 ครั้ง, สลอต H ราคา อยู่ที่ 4.95 พันล้านบาท เคาะราคา 3 ครั้ง และสลอต I ราคาอยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท เคาะราคา 1 ครั้ง

ทั้งนี้ ราคาใบอนุญาตระบบ 3G ดังกล่าว มีมูลค่ารวม 4.16 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.12 พันล้านบาท หรือ 2.78% เมื่อเทียบกับราคาเริ่มต้นทั้งหมดที่ 4.05 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ก่อนหน้านี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งกสทช.ได้ว่าจ้างให้ทำการศึกษา เรื่องดังกล่าว ซึ่งผลการศึกษาออกมาว่า ราคาคลื่นต่อสลอตควรจะอยู่ที่ 6.44 พันล้านบาท โดยหากรวม 9 สลอต ราคารวมจะอยู่ที่ 5.79 หมื่นล้านบาท

ด้าน นางสาวณฐพร พันธุ์อุดม หุ้นส่วนบริหาร สายงาน Technology, InfoComm, Entertainment and Media (TICE) บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ประเทศไทย (PwC) กล่าวในเอกสารเผยแพร่ว่า จำนวนผู้ใช้ 3G ในอีก 5 ปีข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ 19 ล้านราย หลังมีการเปิดให้บริการ 3G เชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ เพิ่มขึ้น 35% จากจำนวน ผู้ใช้ในปัจจุบัน

"เรามองว่าการแข่งขันในช่วงแรก ราคาค่าบริการ 3G อาจจะอยู่ระดับค่อนข้างสูง เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการประมูล และการติดตั้งขยายโครงข่าย น่าจะส่งผ่าน ต้นทุนมายังผู้บริโภค ดังนั้นประเด็นนี้จึงถือเป็นความท้าทายของกสทช.ที่จะต้องกำกับดูแล ค่าบริการให้เป็นธรรมกับลูกค้า"เขา กล่าว

เขา กล่าวว่า ผู้ให้บริการต้องบริหารต้นทุนและทำตลาดอย่างสมดุล ขณะเดียวกัน ยังต้องหาบริการเสริมหรือดึงคอนเทนท์อื่นๆ มาให้บริการกับลูกค้า ซึ่งในอนาคตจะเห็นการรวม ข้อมูล ข่าวสาร และคอนเทนท์ จากหลายภาคธุรกิจมากขึ้น เพื่อให้อัตราค่าบริการต่อเลขหมาย ต่อเดือน(ARPU) อยู่ในระดับที่น่าพอใจ และเอกชน สามารถประกอบการได้

ราคาหุ้น ADVANC ปิดตลาด ร่วงลง 7 บาท หรือ 3.47% มาที่ 195 บาท ส่วน DTAC ลบ 3.25 บาท หรือ 3.68% มาที่ 85 บาท ขณะที่ TRUE ลบ 0.05 บาท หรือ 0.89% มาที่ 5.55 บาท

นายธีรวุฒิ กานต์นิภากุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ราคาหุ้นกลุ่มผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ปรับลง จากการถูก sell on fact หลังจากที่การประมูลใบอนุญาต 3G จบลงแล้ว และคาดกันว่าไม่น่าจะ ผิดการคาดการณ์ของตลาด

โดยหลังจากนี้ยังต้องรอดูว่า จะมีการยื่นฟ้องการประมูลครั้งนี้อีกหรือไม่ รวมทั้ง ยังต้องรอดูเรื่องการลงทุนของผู้ที่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งเชื่อว่าช่วงแรกจะมีการตัด ค่าเสื่อมราคาเกิดขึ้น

กลับขึ้นด้านบน